พ่อรอง

พ่อรอง ยังสู้ แม้หมอบอกให้ทำใจ “แม่ทุม” ป่วยระยะสุดท้าย แทบไม่รับรู้อะไรแล้ว

พ่อรอง ได้ออกมาอัปเดตอาการของภรรยาให้ฟังอีกครั้ง คุณหมอให้ทำใจเพราะแจ้งว่าอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว แม่ทุมไม่รับรู้อะไร แต่ตนเชื่อว่ายังอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

พ่อรอง เชื่อว่ายังอยู่ด้วยกันไปอีกนาน ตอนนี้ก็ได้แต่ให้กำลังใจภรรยาและตัวเองให้เข้มแข็งที่สุด เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานนับ 6 ปี เนื่องจากป่วยเป็นโรค ALS ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาท เกี่ยวกับควบคุมการเคลื่อนไหวที่ตายไปก่อนอายุขัย สำหรับนักแสดงอาวุโส แม่ทุม-ปทุมวดี โสภาพรรณ

 

พ่อรอง

 

ปีนี้เห็นว่าครบรอบแต่งงาน 50 ปี เป็นอย่างไรบ้าง ?
“ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมแล้ว แต่มันเป็นปีที่เราไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าที่ควร เพราะในขณะที่คู่ชีวิตของเรายังนอนอยู่ในโรงพยาบาล เราก็ต้องประคองกันไป ยังไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้ฉลองกันอีกหรือเปล่า”

 

ได้บอกอะไรกับแม่ทุมบ้างไหม ?
“ก็บอกไปว่าวันนี้ครบรอบแต่งงาน แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องหรอก เราพูดกับเขาไป เขาก็มองเพดานอะไรของเขาไปเรื่อยเปื่อย เราแต่งงานกันมา ปีนี้น่าจะ 50 ปีแล้ว แต่ก็ยังถือว่ายังไม่ยาวนานหรอก เพราะเรากะว่าจะอยู่กันไป 60-70 ปี แต่ ณ เวลานี้ มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างมันคลาดเคลื่อน และก็ไม่รู้ว่าจะได้อยู่กันอีกนานแค่ไหน แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้ว พ่อบอกกับแม่ทุกวัน ไปถึงโรงพยาบาลจะต้องหอมแก้ม และบอกกับแม่ว่าพ่อรักแม่ที่สุด”

 

ระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ประคับประคองชีวิตคู่อย่างไร ?
“เราต่างให้กำลังใจกันละกัน ทุกวันนี้ไปถึงโรงพยาบาลก็หอมแก้มและบอกว่าพ่อรักแม่ที่สุด คุณหมอก็ชมแม่นะ ว่าแม่แข็งแรง แม่จะได้กลับบ้านแล้ว เขาก็จะรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ถ้าเขารู้เรื่องบ้าง เขาก็คงจะบอกว่า แกอย่างมาโกหกฉันเลย แกพูดแบบนี้มา 6 ปีแล้ว (หัวเราะ)”

 

แสดงว่าทุกวันนี้พ่อยังคิดถึงเสียงที่แม่ยังคอยบ่นคอยว่าเราอยู่ใช่ไหม ?
“ใช่ คือเราต้องพยายามให้กำลังใจเขา และเอาพลังบวกใส่เขา บอกเขาว่าจะหายแล้วนะ แม่อยากไปไหนแม่คิดไว้เลย เดี๋ยวพ่อจะพาไป แต่เขาไม่รู้เรื่อง คุณหมอบอกว่า ตอนนี้เขาไม่รู้เรื่องอะไรแล้วแหละ เขาไม่รับรู้อะไรแล้ว”

 

อาการตอนนี้ที่แม่เป็น เป็นอย่างไรบ้าง ?
“สภาพรวมตอนนี้ อ้วน ขาวนะ แต่คุณหมอบอกว่าคล้ายๆ กับระยะสุดท้าย คนหมอจะถามคนเฝ้า ว่าทางญาติทำใจกันไว้หรือยัง แต่เราก็คิดว่ามันยังไม่ถึงหรอก เพราะเราดูออกว่าเขายังอยู่ได้อีกนาน แต่มันก็เริ่มไม่รู้เรื่องแล้วแหละ เพราะโรค ALS มันจะทำลายเซลล์ ทำลายประสาททุกส่วนหมด ซึ่งเวลานี้มันก็ทำลายเกือบหมดแล้ว จากส่วนล่างขึ้นมา ณ เวลานี้ก็ขึ้นถึงสมองแล้ว และหากต่อจากสมอง เราก็คงรู้ว่าคืออะไรนะ”

 

แสดงว่าตอนนี้ที่บ้านก็เริ่มทำใจไว้แล้วใช่ไหม ?
“ทุกคนก็บอกให้ทำใจ แต่ถึงเวลานั้น มันจะทำได้หรือเปล่า มันทำไม่ได้หรอก เพราะคนที่ไม่เคยห่างกันเลย อยู่กันมา 50 ปี ถึงเวลานั่นมันก็ทำใจไม่ได้หรอก อาการตอนนี้ เท่าที่พ่อดูด้วยตัวเองเขาก็ไม่ได้ทรุดนะ เขาคงที่เหมือนเดิม ปีที่แล้วดูยังไง ปีนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น แต่คุณหมอบอกว่าอาการเขาทรุดลง ทางการแพทย์ถือว่าเป็นระยะสุดท้าย แต่พ่อว่าไม่ใช่”

 

ถามถึงเรื่องค่ารักษาในโรงพยาบาล ?
“ค่ารักษาพยาบาลเราอย่าไปพูดถึง เอาเป็นว่าทำยังไงจะให้คนที่เรารักที่สุดมีชีวิตรอดต่อไป ค่ารักษาช่างมัน เรายังหาได้ ยังมีแรงมีกำลังอยู่”

 

ได้สร้างกำลังใจให้ตัวเองอย่างไรบ้าง ?
“พ่อพูดทุกวัน ว่าฉันต้องสู้ ฉันจะต้องอดทน ฉันจะเป็นอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นอะไรไปใครจะดูคุณทุม เพราะฉะนั้นฉันต้องแข็งแรง ฉันต้องสู้ต่อไป เพื่อที่ให้คนที่ฉันรักที่สุดมีชีวิตรอดต่อไป”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *