เคน ภูภูมิ เคลียร์ เปลี่ยนนามสกุล-เทอดีตผู้จัดการ เพราะคุณแม่ “เอสเธอร์”

เคน ภูภูมิ โบกมือลาอดีตผู้จัดการ และหันมาดูแลงานเองเต็มตัว จนทำให้คุณแม่ของแฟนสาว เอสเธอร์-สุปรีย์ลีลา ถูกโยงเข้าไปร่วมวงดราม่าครั้งนี้ด้วย

เคน ภูภูมิ ในที่สุดพระเอกซุปตาร์ ก็ได้มีโอกาสออกมาเคลียร์ประเด็นดราม่าในชีวิตกับเขาสักที หลังถูกขาเม้าท์ตั้งข้อสงสัยอยู่นานว่า เพราะอะไรเจ้าตัวถึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุลจากเดิมที่เคยใช้ พงศ์ภาณุ ก่อนจะกลายมาเป็น พงศ์ภาณุภาค

 

เคน

 

เท่านั้นไม่พอเจ้าตัวก็ยังเปลี่ยนสถานะการทำงานด้วยการ โบกมือลาอดีตผู้จัดการ และหันมาดูแลงานเองเต็มตัว จนทำให้คุณแม่ของแฟนสาว เอสเธอร์-สุปรีย์ลีลา ถูกโยงเข้าไปร่วมวงดราม่าครั้งนี้ด้วย

ซึ่งงานนี้ทางด้านของซุปตาร์หนุ่มชื่อดัง เคน ภูภูมิ ก็ไม่รอช้า ควงแขนแฟนสาวออกมาเคลียร์ข่าวเม้าท์แบบม้วนเดียวจบ ให้เราได้หายข้องใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า…

หลายคนแปลกใจเรื่องการเปลี่ยนนามสกุลของเรา เกิดอะไรขึ้น ?
“คือว่าผมใช้ พงศ์ภาณุ มาตั้งแต่ตอนที่ผมเริ่มเข้าวงการ แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนในบัตรประชาชน ล่าสุดผมก็เลยเดินทางไปเปลี่ยน ปรากฏว่าที่เขตเขาบอกนามสกุลนี้มีคนใช้ไปแล้ว ผมก็เลยเปลี่ยนไม่ได้ นั่นก็เลยเป็นที่มาของนามสกุลใหม่ พงศ์ภาณุภาค”

เราได้มีการปรึกษาหรือดูฤกษ์ดูตัวเลขก่อนไหม ก่อนที่จะเปลี่ยนนามสกุล ?
“ไม่ได้ดูเลยครับ ผมคิดสดตรงนั้นเลย จริงๆ (หัวเราะ) มันเป็นเพราะผมไม่ได้เปลี่ยนมาตั้งแต่แรกด้วยแหละครับ และที่ผ่านมาคนก็รู้จักผมในฐานะ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ มาตลอด ดังนั้นพอถึงเวลาที่ผมจะเดินทางไปเปลี่ยนมันก็เลยกลายเป็นว่าไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องไปครีเอทเอาหน้างานเลย (หัวเราะ) แต่พอเติมคำว่า ภาค เข้าไป มันก็ดูยิ่งใหญ่ดีนะครับ”

หลังจากที่เราเปลี่ยน มีคนเข้ามาทักเรื่องนามสกุลใหม่บ้างไหม ?
“ไม่มีเลยครับ เพราะเอาจริงๆ ผมก็คิดว่ามันเพราะดีนะ ยาว ใหญ่ สะกดยาวๆ (ยิ้ม) ถามว่าตัวผมเองรู้สึกกังวลไหมว่าถ้าหากเปลี่ยนนามสกุลแล้ว ดวงของผมจะเปลี่ยนตามไปด้วย เอ่อ…จริงๆ เท่าที่เปลี่ยนมาก็ดีนะครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย”

นอกจากเราจะเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เราก็ยังเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวด้วย ?
“เอ่อ…ก็คือว่าพอผมมีความตั้งใจที่จะทำงานเพลงมากขึ้น ควบคู่ไปกับงานแสดง ซึ่งความถนัดตรงนี้มันอาจจะไม่ค่อยลิ้งก์กันสักเท่าไหร่ สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจว่าแยกออกมาดูแลตัวเองดีกว่า”

แต่หลายคนก็พุ่งเป้าไปว่าจริงๆ แล้วเรากับอดีตผู้จัดการน่าจะมีปัญหากัน ?
“ไม่ได้มีปัญหาครับ เราสองคนไม่ได้มีปัญหากันเลย รวมถึงข่าวที่มีการโยงถึงคุณแม่ของเอสเธอร์ ผมก็ยืนยันเลยนะครับว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณแม่ คุณแม่ไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจเลยด้วยซ้ำ ผมเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่าง และก็จัดการทุกอย่างเองคนเดียวทั้งหมด”

จริงไหมที่ตอนนี้เราเองก็ต้องให้คุณแม่ของเอสเธอร์ช่วยดูแลงาน ?
“ผมดูคิวเองครับ ก็คือว่าถ้าหากใครโทรมาเบอร์ที่ผมทิ้งไว้ในอินสตาแกรม นั่นคือเบอร์ที่ผมรับเองแน่นอน ดีลงานเองทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นงานใหญ่ๆ ที่ผมไม่ค่อยคุ้น ผมก็อาจจะต้องขอคำปรึกษาจากคุณแม่บ้างเหมือนกัน”

 

เคน

 

กังวลไหมว่าพอเราลองมารับงานเองแบบนี้ มันจะทำให้เรามีปัญหาในเรื่องการจัดคิว ?
“ถ้าหากมองดู ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ อีกอย่างตัวผมเองก็อยู่ในวงการนี้มาสักพักแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเรื่องการคุยงานดีลงานผมเองก็พอจะรู้มาบ้างนิดหน่อย ถึงแม้จะไม่ได้รู้ละเอียดหรือโปรมาก แต่ผมก็ตั้งใจจะศึกษาให้มากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ครับ”

ทุกวันนี้ตัวเราเองยังมีโอกาสได้เจอกับพี่ผู้จัดการคนเก่าไหม ?
“มีเจอกันบ้างครับตามยิม และเวลาเจอกันเราก็พูดคุยทักทายกันปกติ”

อย่างกรณีที่หลายคนโยงไปว่าอาจจะเกี่ยวกับ พี่เอ ศุภชัย เราคิดว่าเป็นยังไงบ้าง ?
“พี่เอไม่เกี่ยวเลยครับ ไม่เกี่ยวกับพี่เอเลย”

แสดงว่าเราตั้งใจที่จะดูแลตัวเองไปตลอด ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะหาผู้จัดการใหม่ ?
“ถ้าหากเจอคนที่คลิกกับเรา และเก็ตว่าเราชอบอะไร เราอยากทำอะไร หรือเราอยากจะไปในเส้นทางไหนของความฝัน ก็อาจจะมีก็ได้มั้งครับ”

ทางด้านของ เอสเธอร์ รู้สึกยังไงบ้างที่คนส่วนใหญ่มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเพราะคุณแม่ของเรา คุณแม่ท่านดูเครียดๆ ไหม ?
เอสเธอร์ – “คุณแม่ไม่เครียดค่ะ เพราะมันก็เป็นเรื่องการตัดสินใจของพี่เคนคนเดียว และอย่างที่พี่เคนบอกไว้ในตอนแรก พี่เคนเขาเป็นคนจัดการเองทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานและการดูคิวอื่นๆ คุณแม่ของหนูท่านไม่ใช่คนที่ตัดสินใจให้อยู่แล้ว”

สำหรับเอสเธอร์ส่วนตัวเราเอง เคยได้รับฟีดแบคจากชาวเน็ตบ้างไหมว่าตั้งแต่เคนมาคบกับเรา เขาก็ดูเปลี่ยนไป ?
เคน – “เปลี่ยนไปในทางที่ดีนะครับ คือผมไม่ได้หมายถึงในเรื่องงานนะ แต่ผมหมายถึงเขาทำให้ผมโตขึ้น มีสติในการทำงานมากขึ้น และก็คิดอะไรมากขึ้น”

เอสเธอร์เคยท้อไหม เพราะไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไรเราก็มักจะถูกโยงเข้าไปหาตลอด ?
เอสเธอร์ – “ไม่ท้อค่ะ หนูมองว่ามันเป็นเรื่องปกติของวงการมากกว่าที่จะมีข่าวลักษณะนี้เข้ามา หนูเข้าใจค่ะ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *