เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย

เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย ดีกรีด็อกเตอร์ “เอ๊ะ อิศริยา” ซุ่มแต่งงาน เบนเข็มเล่นการเมือง ?!

เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย

เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย หากจะพูดถึงนางเอกสาวสวย แสนเรียบร้อยในยุคก่อน เชื่อว่าหลายคนต้องคิดถึง นางเอกสาว เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น ที่โด่งดังและฝากฝีในการแสดงในละครชื่อดังมากมาย อาทิ เกล็ดมรกต, เงา อโศก, แฝดล่องหน, หัวใจไกลปืนเที่ยง ฯลฯ จนขึ้นแท่นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการ แต่ช่วงเกือบ 10 ปีหลัง เธอ ได้ลาจอแก้วหันไปเอาดีด้านการเป็นผู้จัดละครเต็มตัวในวัยย่าง 30 ปี พร้อมกับเรียนต่อจนจบปริญญาเอก พร้อมฝากฝีมือการเป็นผู้จัดไว้ในละครกว่า 10 เรื่อง และผลงานชิ้นล่าสุดที่เจ้าตัวนั่งแท่นเป็นผู้จัดคือละครเรื่อง “สางนาง พราย” ละครรีเมคจากบทประพันธ์สุดโด่งดังอย่างเรื่อง “แม่ย่านาง” ที่กำลังออนแอร์ให้แฟนๆ ได้ชมกันทางช่อง 8

มีโอกาสพิเศษได้พูดคุยกับผู้จัดสาวดีกรีด็อกเตอร์ เลยต้องขอพูดคุยถึงชีวิตการเป็นผู้จัดเต็มตัวและเคลียร์ทุกข่าวลือ  ทั้งเรื่องที่ว่าเจ้าตัวจะหันไปเล่นการเมือง และเรื่องส่วนตัวๆ อย่างมีคนเมาท์ว่าสาวเอ๊ะแอบซุ่มมีครอบครัวว่าเรื่องจริง เป็นยังไงกันแน่

เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย

เล่าการทำงานเรื่อง “สางนางพราย” ให้ฟังหน่อย?

“สางนางพรายเป็นเรื่องที่ 9 ที่เอ๊ะเป็นผู้จัดค่ะ และจริงๆ มีเรื่องที่ 10 แล้ว คือเรื่อง เรือนสายสวาท ที่กำลังถ่ายทำอยู่ด้วยค่ะ สำหรับสางนางพรายเป็นเรื่องที่ยากที่สุดเท่าที่ทำละครมาเลย ด้วยเค้าโครงเรื่องขึ้นชื่อว่าเป็นเรือใหญ่ของกษัตริย์ในสมัยก่อน ไม่ใช่เป็นเรือที่ขึ้นไปนั่งกัน 5-10 คน แต่เป็นเรือที่ต้องให้นักแสดงรวมทั้งนักแสดงสมทบรวมแล้วขึ้นไปได้ถึง 60 คน ก็วุ่นวายน่าดูเลย (หัวเราะ) เรื่องนี้มีฉากใหญ่และยากเยอะมากเล่นเอาเอ๊ะนอนไม่หลับเลย ทั้งฉากเรือ ฉากดำน้ำ ฉากในวัง รวมทั้งฉากรบอีกค่ะ”

เคลียร์ประเด็นนางเอกสาวสวย

เอ๊ะกังวลเรื่องความปลอดภัยมาก?

“ใช่ค่ะ ความยากที่สุดของการถ่ายทำ เราห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักแสดง อย่างเอ๊ะเคยถ่ายฉากลงน้ำ แต่ในละครทั่วไปเขาก็จะลงน้ำกันแค่ฉากสองฉาก แต่เรื่องนี้เหตุการณ์ทั้งเรื่องเขาอยู่ในน้ำ แล้วผีก็ขยันพาคนลงไปตายในน้ำ (หัวเราะ) ทำให้เราต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดว่านักแสดง ทีมงานเราไหวแค่ไหน มันจะมีข้อจำกัดว่าภายใน 1 วัน เราสามารถถ่ายในน้ำได้แค่ 6 ชั่วโมง เกินกว่านั้นไม่ได้เลยเดี๋ยวทีมงานไม่ไหว แล้วใต้น้ำที่เราถ่ายเราต้องลงไปลึกมากเพราะหัวเรือที่จมอยู่ใต้น้ำของเราสูงถึง 2 เมตร แถมต้องมีช่วงห่างระหว่างหัวเรือถึงผิวน้ำอีก รวมๆ ต้องลึกลงไปมากกว่า 4 เมตร เพราะฉะนั้นต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยมากจริงๆ บางทีนักแสดงลงไปเล่นเขาบอกว่าเขาไหวแต่เราเห็นว่าขาเขาสั่น เราก็ต้องให้หยุดทันที”

“อีกอย่าง คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะมาก ไหว้ทุกที่ที่ไปถ่ายทำ แต่ก็มีบางอย่างที่เราหาคำตอบไม่ได้บ้าง เช่น เรื่องการถ่ายรูปไม่ติด ซึ่งเป็นบ่อยมาก ตอนแรกเราก็ตกใจ แต่หลังๆ เราจะรู้ละว่าเราต้องไหว้ขอก่อน เพราะเราเชื่อว่าสถานที่แต่ละที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาเราอาจจะไปลบหลู่ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเพราะฉะนั้นต้องไหว้ต้องขออนุญาตก่อนค่ะ”

กดดันไหมเพราะละครเรื่องนี้เคยโด่งดังมากๆ ในอดีต?

“เอ๊ะว่าหลายคนก็คิดเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะเรื่องนี้เคยเป็นที่ชื่นชอบมากๆ แต่ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ใครนำมาทำใหม่ แต่ตอนนี้เอ๊ะรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่ทำ คำตอบ คือ มันยากค่ะ (หัวเราะ) แต่ใจเราอยากทำจริงๆ ก็ตัดสินใจทำ แต่ก็มีการปรับในบางอย่าง เช่น ปรับชื่อเรื่องจาก “แม่ย่านาง” เป็น “สางนางพราย” ปรับจากเป็นฝาแฝด เราก็ขอปรับเป็นพี่น้อง เพื่อให้งานเราถ่ายทำได้ทันเวลาออนแอร์เพราะเรามีเวลาจำกัด และสุดท้ายปรับจากทะเลเป็นแม่น้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราขอปรับเราได้ขออนุญาตทาง คุณอา นันทนา วีระชน เจ้าของบทประพันธ์ก่อนทุกครั้ง”

“ฟีดแบคที่กลับมาเราก็แฮปปี้มากตั้งแต่เรายิงทีเซอร์เลย ทุกคนสนใจว่าใช่เรื่องแม่ย่านางไหม เหมือนเลย เราก๊อปปี้มาไหม (หัวเราะ) แต่จริงๆ คือเรื่องเดียวกันค่ะ ทุกคนก็มีฟีดแบคที่เราเห็นแล้วเราดีใจที่เขายังให้ความสนใจกับงานของเราค่ะ”

หายจากหน้าจอในฐานะนักแสดงมาเป็นผู้จัดมากี่ปีแล้ว?

“7 ปี ค่ะ โชคดีที่ได้รับโอกาสจากช่องที่ให้ทำละครอย่างต่อเนื่อง และโชคดีที่คนดูตอบรับงานของเราเป็นอย่างดีค่ะ”

เห็นว่าตัดสินใจท่ามกลางแรงทัดทานจากคนรอบข้าง?

“ค่ะ เอ๊ะว่าเอ๊ะเริ่มเร็ว คือ เริ่มเข้ามาจริงจังกับการเป็นผู้จัดตั้งแต่อายุไม่ถึง 30 ปี ซึ่งตอนนั้นทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่าเพิ่งทำเลย ให้เราเล่นละครไปก่อน มันยังเร็วไป แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเอ๊ะอยากเรียนต่อด้วย และถ้าเอ๊ะยังเล่นละครอยู่ก็จะยังไม่สามารถมีเวลาไปเรียนต่อแน่นอน บวกกับความรู้สึกเราตอนนั้นเรารู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว เราเล่นละครมา 15 ปีแล้วนะ แทบจะครึ่งชีวิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเส้นทางเดิมมามากพอสมควรเลยตัดสินใจไปเส้นทางใหม่ที่เรารู้สึกว่าพร้อมแล้วล่ะ และโชคดีที่มีโอกาสได้ทำจริงๆ”

ตอนนี้เรียนจบปริญญาเอก เป็นดร. แล้วด้วย?

“ใช่ค่ะ เพิ่งจบเมื่อกลางปี เป็น ปรัญชาดุษฎีบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เอกสื่อสารการเมือง ม.ธรรมศาสตร์ ตอนนี้จบแล้ว แต่กว่าจะจบเป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้จะบรรยายยังไงจริงๆ (หัวเราะ) ทั้งงานในกองถ่ายฯ ทั้ง

เรื่องเรียนมันหนักมาก ทุกวันนี้ยังมานั่งคิดเลยว่าผ่านมาได้ยังไง บางทีหลับแล้วยังสะดุ้งตื่นมาคิดว่าตัวเองยังเรียนไม่ผ่าน มันหลอนขนาดนั้นเลยนะ ต้องตื่นแล้วมาตั้งสติเตือนตัวเองว่าเราจบแล้วนะ ซึ่งก็เป็นอะไรที่เราภูมิใจที่ตั้งใจทำจนจบได้ และโชคดีที่ได้ทั้งเรียนทั้งทำงานไปพร้อมๆ กัน”

หลายคนฟันธงว่าเอ๊ะจะหันไปเล่นการเมือง?

“ด้วยความที่เอ๊ะเรียนด้านสื่อสารการเมือง เป็นการสื่อสารด้านอำนาจคนเลยอาจจะเข้าใจว่าเอ๊ะอยากเป็นนักการเมืองซึ่งเอ๊ะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า “ไม่อย่างแน่นอน” ยิ่งเอ๊ะจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ด้วย คนยิ่งเข้าใจใหญ่เลยว่าเอ๊ะไปเล่นการเมืองแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ คือ ที่เอ๊ะเรียนเพราะรู้สึกว่าการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นในทุกธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะการสื่อสารด้านอำนาจเนี่ยเราจำเป็นต้องใช้เพื่อการต่อรองอำนาจ เพราะทุกๆ ที่ย่อมมีอำนาจ ขนาดแค่พ่อสั่งลูก ยังถือเป็นอำนาจเลย ลูกต่อรองพ่อ ก็ถือเป็นการต่อรองอำนาจ ไม่ว่าจะในองค์กร การทำงานอื่นๆ ก็เช่นกัน เราแค่เรียนมาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเอ๊ะอยากเป็นอาจารย์ ทุกวันนี้ก็มีโอกาสได้สอนอยู่ด้วย แต่เราต้องจัดการเวลาดีๆ ไม่งั้นเละแน่ๆ ค่ะ”

ขอย้อนไปตอนตัดสินใจหยุดบทบาทการเป็นนักแสดง ตอนนั้นตัดสินใจยากไหม เสียดายสถานะการเป็นนางเอกบ้างหรือเปล่า?

“ตัดสินใจไม่ค่อยยากหรอกค่ะ เพราะตอนนั้นเรารู้แล้วว่าเส้นทางการเป็นนักแสดงของเรามันมีข้อจำกัดเยอะขึ้น เราอายุเยอะขึ้น บวกกับเรามีอะไรที่เราอยากทำนอกเหนือจากทางเดิมด้วยทั้งเรื่องเรียน และการหันมาเป็นผู้จัด ที่ตอนนั้นได้รับโอกาสดีจากช่อง 8 พอดีด้วย ก็เลยตัดสินใจไม่ยากเพราะเป้าหมายเราชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็มีคนที่สายดายแทน แต่เราก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วจริงๆ แต่โอกาสจะกลับมาเล่นละครเอ๊ะคิดว่าถ้ามันเจอจังหวะที่ดี ลงตัวก็อาจจะได้เห็นกันอีกค่ะ อย่างการเป็นผู้จัดของเอ๊ะก็อยู่ในช่วงการพิสูจน์ตัวเองเพราะเอ๊ะทำ 10 เรื่องก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกเรื่อง การที่คนยอมรับเราในฐานะนักแสดง ก็ใช่ว่าคนจะยอมรับเราในฐานะผู้จัด มันต้องค่อยๆ พัฒนาขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ เราตั้งใจทำงานให้ดีให้คนดูเป็นคนตัดสิน”

อีกข่าวหนึ่งคือเรื่องที่ว่าเอ๊ะซุ่มไปมีครอบครัว?

“ข่าวแบบนี้เยอะมาก กับอีกข่าวคือบอกว่า เอ๊ะมีแฟนเป็นผู้หญิง เอาจริงๆ เอ๊ะว่าเอ๊ะก็โตมากแล้วล่ะ มันไม่แปลกถ้าเอ๊ะจะมีแฟน หรือสร้างครอบครัว เพราะฉะนั้นอะไรที่เอ๊ะพูดมันคือเรื่องจริง ไม่จำเป็นต้องซุกอยู่แล้วค่ะ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเลย คือ ไม่มีค่ะ ไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัวและไม่ได้มีแฟนเป็นผู้หญิง ถ้าเห็นเดินกับเด็กคือหลานเอ๊ะนะคะ ไม่ใช่ลูก (หัวเราะ) เดินกับผู้ชายนั่นคือน้องชายค่ะ และถ้าเห็นเดินกับพี่ที่ทอมๆ หน่อย นั่นคือ พี่ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ”

มีแฟนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

“ไม่มีเลยตั้งแต่จำความได้ (หัวเราะ) แต่เอ๊ะแฮปปี้นะ หลายคนอาจจะเป็นห่วงแทนเราว่าทำไมไม่มีแฟน แต่บอกเลยว่าเอ๊ะแฮปปี้มากกับสิ่งที่เป็นอยู่ เราก็มีความรักในมุมครอบครัว เพื่อน คนรอบข้าง เพื่อนร่วมงานแค่นี้เราโอเคแล้ว”

ไม่มีคนเข้ามาเลยเหรอ เราน่าจะเจอคนในหลายๆ สังคม?

“มีเข้ามาบ้าง แต่เอ๊ะเป็นมนุษย์จำพวกที่ชัดเจนมากๆ ผู้ชายจะกลัวเอ๊ะ (หัวเราะ) จะชัดเจนว่า ไม่คือไม่ เราแฮปปี้ที่จะอยู่แบบนี้ และโชคดีที่สุดคือครอบครัวรับได้กับการที่เราชอบอยู่คนเดียวแบบนี้ เอ๊ะเห็นบางบ้าน พ่อแม่ จะห่วงถ้าลูกไม่ได้แต่งงาน ซึ่งบ้านเอ๊ะไม่มีปัญหานี้เลย แต่ถ้ามีเขาก็ไม่ห้าม และอีกอย่างเอ๊ะเป็นคนรักคนยาก แต่ถ้ารักก็พร้อมจะทุ่มเต็มที่เหมือนกัน”

แอบกลัวความผิดหวังหรือเปล่าเลยไม่เปิดใจ?

“ไม่ได้กลัวนะคะ หรือกลัวหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ อันนี้ไม่แน่ใจ (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะครอบครัวเอ๊ะ คุณพ่อ คุณแม่แยกทางกัน คุณแม่เป็นซิงเกิ้ลมัม เอ๊ะไม่รู้ว่ามันเกี่ยวไหม แต่เอ๊ะว่าเอ๊ะแฮปปี้แบบนี้ หรืออาจจะเพราะเข้าวงการตั้งแต่ 15 แล้วอยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด เข้าวงการมาพร้อมการเรียนไม่เหลือเวลาจะได้คิดอะไรนอกเหนือจากนั้นมันเลยทำให้เรารู้สึกโอเค อยู่ได้ ไม่รู้สึกขาดเพราะเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มแล้ว และบวกกับเราชอบแบบนี้ ซึ่งธรรมชาติของเอ๊ะ เอ๊ะจะทำในสิ่งที่ชอบเท่านั้น ถ้าไม่ชอบจะไม่ฝืนตัวเอง เอ๊ะว่าเอ๊ะก็ขึ้นคานตั้งแต่เกิดและคงจะเป็นแบบนี้ต่อไปแน่ๆ เลย แต่เราโอเค (หัวเราะ) ขึ้นคานสำหรับคนอื่นอาจจะเป็นลบ แต่สำหรับเอ๊ะมันเป็นบวก มันคือตัวเราที่เรามีความสุขค่ะ ซึ่งคนอื่นอาจจะมองว่าแปลกนะคะ แต่เอ๊ะโอเค”

ถ้าวันหนึ่งจะมีคนคนนั้นจริงๆ เขาต้องเป็นคนแบบไหน?

“เอ๊ะชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่ ลุคเอ๊ะอาจจะดูเป็นผู้ใหญ่นะ แต่จริงๆ มีความเป็นเด็กมากก็เลยชอบอยู่กับคนที่เป็นที่ปรึกษาให้เราได้ค่ะ”

เคยมีคนเข้ามาจีบแปลกๆ ไหม?

“เยอะมากเลยค่ะ คนมาจีบเอ๊ะเข้ามาแบบไม่ค่อยปกติทั้งนั้นเลย (หัวเราะ) เคยคิดนะว่าเราเป็นคนแปลกเหรอวะ

ทำไมมีแต่คนเข้าหาแปลกๆ เข้ามาหลากหลายมากเลย มีแบบคนจิตๆ บอกว่าจะฆ่าตัวตายถ้าเอ๊ะไม่ยอมเป็นแฟนด้วย

ไปพูดเป็นเรื่องเป็นราวว่าคบกับเรา ตอนนั้นงงหนักมากแล้วก็บ้าจี้ไปกับเขานะคิดมากว่าเธอเป็นใคร เราไม่รู้จักกัน เธอ

จะมาฆ่าตัวตายเพราะฉันไม่ได้นะ จนสุดท้ายต้องให้คุณแม่จัดการ หนักไปกว่านั้นขนาดเป็นพระยังมีเลย (หัวเราะ)

อย่างคนในวงการก็มีเข้ามาบ้าง แต่เอ๊ะเป็นคนชัดเจนจริงๆ ว่าเอ๊ะไม่ได้อยากมีแฟน เอ๊ะโอเคกับการเป็นเพื่อนกัน

มากกว่าค่ะ”

สุดท้ายฝากถึงแฟนๆ ของเอ๊ะหน่อย?

“ก็ฝากละครเรื่องสางนางพรายด้วยนะคะ กำลังออนแอร์ทางช่อง 8 เอ๊ะดีใจที่มีโอกาสได้ทำละครเรื่องนี้ เพราะเป็น

เรื่องที่ยาก ไม่คิดว่าช่องจะอนุมัติให้ทำ แต่ตอนนี้ผลงานที่เอ๊ะและทีมงานทุกคนออกมาแล้ว ก็ขอฝากทุกคนไว้ด้วย

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการดูละครเรื่องนี้และเรื่องต่อๆ ไปของเอ๊ะนะคะ ขอบคุณค่ะ”

สวยเก่งครบสูตรแบบนี้ สมแล้วที่เป็นนางอกขวัญใจของใครหลายๆ คนเสมอมา แม้จะผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลังแล้วก็

ยังมีแฟนละครถามถึงอยู่ตลอดเวลา ยังไงแฟนๆ ของสาวเอ๊ะก็ช่วยกันส่งกำลังใจและคำแนะนำไปถึงผู้จัดคนเก่งคนนี้

เพื่อให้เธอได้พัฒนาผลงานต่อไป ส่วนใครที่อยากเห็นสาวเอ๊ะกลับมาหน้าจอในฐานะนักแสดงอีกครั้งก็ส่งเสียงไป

แรงๆ เผื่อเจ้าตัวจะยอมใจอ่อนสักที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *