ตู่ นันทิดา

ตู่ นันทิดา เล่านาทีในห้อง ICU บอกขอโทษคุณพ่อ เรื่องเสพติดการช้อปปิ้ง

ตู่ นันทิดา เป็นดีว่าตัวแม่ของเมืองไทยที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

ตู่ นันทิดา เจ้าตัวนั้นบ้าช้อปปิ้งหนักมาก ถึงขั้นเสพติดการช้อปปิ้งกันเลยทีเดียว

ล่าสุด ตู่ นันทิดา ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ นุ้ย สุจิรา เป็นพิธีกรถึงเส้นทางการเป็นนักร้องว่า เราไม่เคยวาดฝันไว้เลย มันมีความบังเอิญและจังหวะชีวิตที่มันเป็นแบบนั้น เราเริ่มจากการประกวด แล้วมีครูมาเกาหลีมาสอนที่บ้าน

แล้วอะไรที่ทำให้พี่ไม่อยากร้องเพลงแล้ว?

ตู่ : “ตอนนั้นแสดงภาพยนตร์เพลงรักดอกไม้บาน ก็มีร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ และมีเพลงลูกทุ่งที่ดังมาเรื่อยๆ จนอัดแผ่นเทป แต่ข้างในรู้สึกดาวน์ ตอนนั้นไม่รับอะไรอีกแล้ว แต่เรากลับมามีไฟอีกครั้ง หลังได้ร้องเพลงสากลของตัวเอง พอเข้ามาแกรมมี่ก็มีเพลงแจ้งเกิดเพลง เกือบไปแล้ว แล้วก็เพลงดีเจเสียงใส”

พี่ตู่เคยประสบอุบัติเหตุกระดูกต้นคอมีปัญหา?

ตู่ : “เล่นละครเวที บังเอิญวิ่งชนไหล่คนคนนึงที่เล่นด้วยกัน ตอนนั้นรู้สึกทุกอย่างนิ่งไปหมด ก้าวขาไม่ได้ แต่เราก็เล่นต่อเพราะอีกนิดเดียวก็จบแล้ว จบวันนั้นก็ไปโรงพยาบาลทันที คุณหมอบอกว่ายังโอเค อนุญาตให้กลับไปเล่นพรุ่งนี้ได้ แต่พอเล่นไปทั้งหมด 51 รอบ แต่ประมาณรอบที่ 40 ต้องเลิก หมอบอกว่าไม่ได้แล้วต้องผ่าตัด ตอนนั้นหมอบอกว่าพอผ่าตัดเสร็จการร้องเพลงอาจจะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากจุดตรงนั้นมันใกล้สายเสียงมาก”

แล้วเวลาพี่เสียงแหบต้องอัดยาไหม?

ตู่ : “พูดกันตรงๆ มันต้องใช้สเตียรอยด์ มันอันตรายมาก มันทำลายกระดูก อย่าทำ อย่าจำ มันไม่ดีเลย แต่ตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก วันนึงมีงาน 5 งาน ช่วงนั้นค่อนข้างฉีดบ่อย แต่ว่าหลังๆ มันมีอะไรที่เป็นแพทย์ทางเลือกเข้ามา”

พี่ผ่านอะไรมาเยอะ ประสบความสำเร็จมาเยอะมาก แต่สิ่งที่พี่กลัวคือความไม่มั่นใจในตัวเอง?

ตู่ : “เป็นคำถามที่คนสงสัยเยอะมาก แต่คนใกล้ตัวจะรู้มาก จะสร้างความวิตกกังวลจนคนใกล้ตัวนอยด์ไปด้วย เวลาที่ขึ้นเวที ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตื่นเต้นหมด เรากลัวว่าพลาดแล้วไม่มีโอกาสที่จะแก้ตัว พี่เป็นแบบนี้มาตลอด”

ตู่ นันทิดา

จริงไหมที่พี่ตู่เสพติดการช้อปปิ้ง?

ตู่ : “พี่เป็นคนที่ซื้อของแต่มีเหตุผล การช้อปปิ้งพี่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่าง มันเริ่มจากคุณแม่พี่เลย เขาชอบแต่งตัว ชอบช้อปปิ้งด้วย แต่พี่ซื้อแค่เสื้อผ้าอย่างเดียว”

เมื่อพูดถึงคุณแม่แล้วขอถามถึงคุณพ่อที่พี่บอกว่าเป็นคนผลักดันพี่มาถึงวันนี้ พ่อให้อะไรพี่บ้าง?

ตู่ : “สิ่งให้เรียนรู้ เราเห็นคุณพ่อ คุณแม่ให้กับทุกคนตลอด สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อให้พี่มาตลอดคือให้ชีวิตที่มีค่าสอนชีวิตให้พี่รู้ว่าลูกต้องเดินยังไง มีแผ่นที่ชีวิตให้ลูก โดยที่เราเชื่อฟัง พี่รู้สึกว่าพี่ไม่เคยมีบทลงโทษจากคุณพ่อ คุณแม่ เวลาทำผิด พี่รู้สึกว่าเวลามีอะไรคนแรกที่เราจะบอกคือป๋า พี่ใช้วิธีเดียวกันมาเลี้ยงดูน้องเพลง”

คุณพ่อสอนจนวินาทีสุดท้ายเลย?

ตู่ : “ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ในห้อง ICU พี่มีความรู้สึกอยากขอโทษคุณพ่อ พี่บอกว่าป๋าโกรธตู่ไหม ตู่ช้อปปิ้งตลอดเวลา เดี๋ยวนี้ก็ยังช้อปปิ้ง ป๋าบอกว่าไม่เลย ก็ป๋าเลี้ยงตู่มา ป๋าให้ลูกเรียนนู้นนี่นั่น จนลูกไม่มีเวลา ลูกไม่ชอบลูกก็ทำ ลูกไม่อยากเป็นนักร้องลูกก็เป็น ลูกทำมาตลอด ลูกมาได้รางวัลตอนอายุ 16 ปี ลูกไม่มีชีวิตวัยรุ่น ชีวิตลูกหายไป”

“เพราะฉะนั้นการที่ลูกช้อปปิ้งมันไม่ใช่เรื่อง คือมันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราคิดมาตลอด อยากขอโทษ ป๋าบอกว่ายกโทษให้ลูกทั้งหมด แล้วป๋าบอกว่า ลูกจำได้ไหมป๋าเป็นภูมิแพ้ แล้วพี่ก็เป็นภูมิแพ้เหมือนกัน”

“ตอนที่พี่ป่วยพี่ต้องฉีดยา อาทิตย์ละ 2 เข็มฉีดมา 30 กว่าปี คุณพ่อพี่ก็ฉีดเหมือนกัน เขาก็ถามว่าลูกรู้ไหมทำไมป๋าไม่ได้ฉีดยาแล้ว ป๋าบอกว่าวันที่ลูกได้รับรางวัลป๋าไม่ป่วยอีกเลย คุณพ่อพี่หายจากภูมิแพ้เลย แล้วป๋าพูดมาคำนึงว่า ขอบคุณลูกที่ลูกที่ลูกไม่กลฏ ลูกซื่อสัตย์ทำงานมาตลอด”

วินาทีที่คุณพ่อจะจากไป คุณยังจากฟังเพลงของพี่?

ตู่ : “แน่นอน ตอนนั้นพี่ร้องเพลงให้ท่านฟังแล้วท่านก็หลับตาลง”

แต่นอกเหนือจากการร้องเพลงแล้ว สิ่งที่รักมากที่สุดคือลูกสาว?

ตู่ : “ที่สุด เขาเป็นของขวัญที่มีค่าในแก้วบัวสาย คุณยายจะพูดเสมอ ตอนนี้น้องเพลงเรียนอยู่อังกฤษ อีกปีเดียวจบแล้ว”

เวลาลูกเที่ยวไปเที่ยวกับลูก ไม่ได้ห้ามลูก เวลาลูกดื่ม ก็ดื่ม?

ตู่ : “เรื่องดื่มไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าส่งเสริมลูกดื่ม”

คุณพ่อน้องเพลงปิดผับให้ลูกกับเพื่อนเพื่อความปลอดภัย?

ตู่ : “ผลปรากฎว่าหลับ น้องเพลงบอกว่าไม่อร่อย เพลงสามารถใช้ชีวิตกับเพื่อนที่เอ็นจอย หิ้วเพื่อนกลับบ้านเป็นต้น สนุก อยู่ได้เรียนรู้อะไรที่ไม่ชอบ”

ไม่ปิดเรื่องดื่ม เรื่องแฟนก็ไม่ปิด?

ตู่ : “อยู่ในวัยที่สมควร เดี๋ยวนี้ 15-16 ปี ก็เริ่มมีแฟนแล้ว ก็ได้ไงแต่ห้ามจับมือห้ามไปดูหนัง ทุกคนที่จีบน้องเพลงก็เลิกกันไปหมดเลย เรื่องการให้กำลังใจลูกบางทีเราไม่ต้องพูดแค่มองตากันก็เข้าใจ พี่จะบอกลูกตลอดว่าอย่าทิ้งพระธรรม …

» Read more
แพรว คณิตกุล

แพรว คณิตกุล พูดปมเลิก ฟรอยด์ ตัดใจในวันครบรอบ เสียใจ แต่ไม่เสียดายเวลา

แพรว คณิตกุล หลังจากที่ปล่อยให้คาใจหลายคนอยู่นาน ถึงสาเหตุที่ต้องจบความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลา 5 ปี

แพรว คณิตกุล สำหรับคู่ของ แพรว-คณิตกุล เนตรบุตร และ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ คู่รักคนบันเทิงที่แฟนๆ ลงความเห็นว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมลงตัวกันที่สุดคู่หนึ่งของการ

โดยทางด้านของ แพรว คณิตกุล ก็ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเธอยอมรับว่า สาเหตุหลักเป็นเพราะทั้งคู่มีเส้นทางที่ไม่ตรงกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอและหนุ่มฟรอยด์ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แม้สถานะจะไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

หัวใจของเราตอนนี้แข็งแรงแล้วหรือยัง ?
“แพรวโอเคค่ะ ถามว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เราตัดสินใจแบบนี้ เอ่อ…มันเป็นเพราะเส้นทางของเราไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของใครคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่เราจะไปถึงจุดๆ นั้นมันไม่เหมือนกัน เราเลยไม่มองว่าใครเป็นคนผิดหรือคนถูก เรามองแค่ว่าตัวเราเองต้องการอะไร และตัวเขาต้องการอะไร ซึ่งมันดีกว่าการที่เราจบโดยที่เกิดขึ้นจากเรื่องแย่ๆ”

เราใช้เวลาในการตัดสินใจนานไหมกว่าจะมาถึงจุดนี้ ?
“ไม่นานค่ะ แต่กว่าจะเป็นข่าวก็ค่อนข้างนาน เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยบอกใคร รวมถึงในอินสตาแกรมของเราก็ไม่ได้โพสต์อะไรที่มันดราม่ามาก เนื่องจากเราไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วง”

แฟนๆ ค่อนข้างเสียดาย เพราะทุกคนมองว่าเราเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน ?
“จริงๆ เราเป็นแฟนกันมันก็ดีนะคะ แต่ถ้าเราจะมีครอบครัวในอนาคตมันก็จะเป็นความรู้สึกอีกแบบ ซึ่งสิ่งที่แพรวมองตอนนี้ แพรวรู้สึกว่าฟรอยด์ไม่ได้ผิด แต่เป็นที่ตัวแพรวเองว่าแพรวโอเคในแบบนี้หรือเปล่า ถ้าหากแพรวไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง แค่นั้นเองค่ะ”

พอจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือสาเหตุที่เราตัดสินใจว่าถอยออกมาดีกว่า ?
“หลายๆ อย่างค่ะทั้งในวิถีทางของความคิด ความต้องการ และแพลนการใช้ชีวิต”

ใครเป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ?
“มันเป็นวันที่ครบรอบค่ะ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นจุดที่เราต้องคุยกัน และเราก็เริ่มคุยกันค่ะ”

ตอนนั้นเสียใจไหมที่ตัดสินใจคุยเรื่องนี้ ?
“เสียใจค่ะ แต่ไม่รู้สึกเสียดายเวลาเพราะตอนที่เราคบกันเขาให้เกียรติเราตลอด ไม่ได้มีอะไรแย่เลย”

เราทราบไหมว่ามีหลายคนถูกโยงเข้ามาเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของเรา ?
“ไม่มีค่ะ ไม่เกี่ยวเลย จริงๆ ตอนแรกแพรวก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องออกมาพูดเรื่องนี้นะคะ แค่พอแพรวไม่พูด มันก็มีการโยงเรื่องราวไปถึงบุคคลอื่นๆ และเข้าไปคอมเมนต์โจมตีฟรอยด์ ซึ่งแพรวไม่ได้อยากให้ฟรอยด์ต้องมาโดนซ้ำเติมอะไรอีก ก็อย่างที่บอกการที่เราเลิกกันมันไม่ได้เป็นเพราะเรื่องเรื่องเดียว แต่มันเป็นหลายๆ เรื่องรวมๆ กัน ฉะนั้นกว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้มันมีการใช้เวลาแล้วค่ะ”

แต่ทุกวันนี้เราสองคนก็ยังกลับมาเจอกันได้ใช่ไหม ?
“แพรวดีใจนะคะที่ฟรอยด์เขาเข้าใจว่าแพรวก็อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา ไม่ใช่พอเราตัดสินใจเลิกกันแล้วเราก็ห่างกันไปเลย อีกอย่างเราเองก็ยังมีแมวที่ต้องช่วยกันดูแลด้วย”

เขายังโอเคใช่ไหมที่เรายังไปๆ มาๆ หรือยังพูดคุยกับเขาอยู่ ?
“ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเขาโอเคไหม แต่คิดว่าก็น่าจะโอเค เพราะเรายังเล่นกันได้ยังเฮฮากันได้เหมือนเดิม เรื่องที่หลายคนหรือเพื่อนๆ นักแสดงลุ้นให้รีเทิร์น อันนี้เรามองว่ามันเป็นการแซวกันสนุกๆ มากกว่า ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดอะไรเนื่องจากเราก็ยังไม่ได้มีใคร แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่เราแต่ละคนมีแฟนใหม่ เราก็ต้องเกรงใจคนของเขาและคนของเราด้วย”

คิดว่าจะมีโอกาสกลับไปคุยกันอีกครั้งได้ไหม หลังจากที่ผ่านระยะเวลามาพอสมควรแล้ว ?
“ก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ที่รู้สึกตอนนี้ก็คือมันชัดเจนแล้ว ซึ่งในอนาคตหากมันจะเป็นยังไงต่อเอาไว้เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน แต่ ณ ตอนนี้มันก็เหมือนกับแพรวรู้ชัดเจนในใจแล้วว่า เราเลือกแล้ว”

แพรว คณิตกุล

จริงๆ การที่เรากลับมาเจอกันหรือกลับมาพูดคุยกัน มันทำให้รู้สึกหวั่นไหวบ้างไหม ?
“ไม่รู้สิคะ แต่มันก็สนุกดีนะ คือไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจละลายหรืออะไร”

คุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายว่ายังไงบ้างกับเรื่องนี้ ?
“พวกท่านจะไม่ยุ่งเรื่องของลูกมาตั้งแต่เราเริ่มต้นคุยกันแล้วค่ะ แต่ท่านก็จะมีความเป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ในทุกๆ เทศกาล แพรวก็ยังส่งข้อความไปอวยพรทุกท่านเหมือนปกติ มันเลยทำให้แพรวมองว่ามันไม่มีส่วนไหนไม่ดีในเรื่องของครอบครัว”

แต่เหมือนก่อนหน้านี้ฟรอยด์เขาเคยพูดนะว่ามองอนาคตกับเราไว้แล้ว ?
“ถ้าพูดถึงเรื่องแต่งงานมันก็มีส่วนที่ทำให้แพรวต้องคิดอย่างถี่ถ้วนเหมือนกันค่ะ ว่าถ้าหากเราแต่งงานกันไปแล้วมันจะเป็นยังไง นั่นคืออีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในหัวแพรวค่ะ”

ชีวิตโสดของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?
“โอเคค่ะตอนนี้ แพรวก็ทำงานของตัวเองตลอด เดินทางไปดูโรงแรมของตัวเองที่ทำไว้ คือชีวิตตอนนี้มันมุ่งไปที่การทำธุรกิจอย่างเดียวเลย เพราะเราอยากจะเตรียมตัวไว้สำหรับตอนแก่ เพื่อที่เราจะได้อยู่คนเดียวได้ คือไม่ได้หมายความว่าแพรวไม่คิดจะมีคู่แล้วนะ แพรวแค่กังวลเฉยๆ ว่าแพรวเป็นลูกคนเดียวและก็มีแค่คุณแม่กับคุณยาย ซึ่งถ้าหากตอนแก่เราไม่มีคนดูแลเราจะทำอย่างไร ดังนั้นแทนที่เราจะมาโฟกัสเรื่องการมีลูก แพรวขอลุยทำงานเองตอนนี้เลยดีกว่า ส่วนเรื่องความรักก็ไม่คาดหวังแล้วค่ะหากจะมีเข้ามาก็มีเข้ามาได้ แพรวไม่ได้ปิดตัวเอง”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more

ณิชา ณัฏฐณิชา พลิกคาแรกเตอร์ใน เพลิงพรางเทียน เผยเลิฟซีนนัว แต่แม่ไม่ว่า

ณิชา ณัฏฐณิชา พลิกคาแรกเตอร์อีกขั้นของการแสดงใน เพลิงพรางเทียน เผยเลิฟซีนนัวแต่แม่ไม่ว่า เปรยวาเลนไทน์นี้นัดเดตกับคุณแม่ รับช่วงนี้ไม่ได้เจอ โตโน่ ภาคิน

ณิชา ณัฏฐณิชา เป็นนางเอกที่หลายคนคุ้นกับภาพความเป็นสาวหวานสวยสดใส สำหรับ ณิชา ณัฏฐณิชา แต่ล่าสุด (13 กุมภาพันธ์ 2562) ในงานเปิดวิกบิ๊ก 3 สาวณิชา ก็ทำเอาแฟน ๆ ถึงกับฮือฮา หลังมีการปล่อยทีเซอร์ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ที่เจ้าตัวรับบทเป็นนางเอกนั้นมีการพลิกคาแรกเตอร์มาเล่นร้าย แถมยังมีฉากเลิฟซีนกับพระเอก เต้น พงศกร แบบแซ่บถึงพริกถึงขิงกันเยอะมาก จนคนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนแนวไปเล่นทางนี้แล้วหรือเปล่า

โดย สาวณิชา เผยว่า “เป็นอีกเรื่องที่ท้าทายมากและตอนถ่ายทำก็สนุกมาก เป็นการพลิกบทบาทที่ทิ้งความเป็นตัวเองไปเลย ส่วนที่หลาย ๆ ฉากมีซีนเนื้อแนบเนื้อ ก็ยอมรับว่ายากนะคะ เราเองก็มีไปเวิร์กช็อปอยู่หลายครั้ง ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำเรื่องนี้ เพราะมันเป็นบทบาทที่ค่อนข้างไกลตัวมาก และยากมาก ๆ เลยค่ะ”

เป็นการสลัดลุคใสที่เราคุ้นเคยไปเลยไหม ?

ณิชา : จริง ๆ เรื่องนี้ เล่น 2 คาแรกเตอร์ค่ะ คืออดีตกับปัจจุบัน ซึ่งในตอนอดีตก็มีความใส ๆ อยู่บ้าง ผสมดราม่า แต่ว่าในยุคปัจจุบันคือเปลี่ยนไปหมดทุกอย่างเลยค่ะ

แค่ตัวอย่างละครก็เลิฟซีนนัวเลย ?

ณิชาา : ใช่ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่แค่หนูคนเดียวนะคะ ในเรื่องคนอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวเวรกรรมผูกพันกันมา แต่ว่าถือว่าเยอะสุดสำหรับหนูนะคะ ตอนอ่านบทก็เตรียมตัวเตรียมใจทำการบ้าน ต้องก้าวผ่านความเป็นตัวเองไปให้ได้

ณิชา ณัฏฐณิชา

แม่ว่าไหมเลิฟซีนเยอะขนาดนี้ ?

ณิชา : ไม่ว่าค่ะ เพราะแม่ไปกองถ่ายทุกครั้งอยู่แล้ว และพี่ผู้กำกับจะคอยดูให้อยู่แล้ว ให้มันไม่มากเกินไป

พอเล่นเรื่องนี้แล้วติดใจบทบาทแบบนี้ไหม ?

ณิชา : จริง ๆ มันก็สนุกดีนะคะ หมายถึงการเล่นบทร้ายขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่เลิฟซีนนะ หมายถึงว่าเราได้ระเบิดอารมณ์ ได้ลองเป็นความคิดอีกความคิดหนึ่งที่ปลดปล่อยและระเบิดทุกอย่างออกมาได้

อยากเปลี่ยนแนวมาทางนี้เลยไหม ?

ณิชา : ยินดีนะคะ ถ้ามีอีกก็ยินดี ถ้าเป็นบทที่ท้าทายขนาดนี้ พร้อมค่ะ

ถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของการแสดงเลยไหม ?

ณิชา : ก็เป็นอีกขั้นหนึ่งเลยค่ะ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น เราก็ได้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับการเล่นละครเรื่องนี้ด้วย ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เยอะมาก ทั้งการแสดงเป็น 2 บทบาท สลับคาแรกเตอร์ไปมาและบทที่ยากขนาดนี้

ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วมีนัดกับใครไหม กับ โตโน่ ว่าไงบ้าง ?

ณิชา : มีนัดกับแม่ไว้ค่ะ ไปทานข้าว ไม่มีอะไรจริง ๆ อยู่กับแม่ทั้งวันเลย ส่วนกับพี่โน่ไม่มีเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอกันด้วยค่ะ แต่ว่าก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมนะคะ ก็คุยกันปกติเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

ณิชา ณัฏฐณิชา

ช่วงนี้เขาลุยงานเพื่อสังคมเยอะมาก ให้กำลังใจเขายังไงบ้าง ?

ณิชา : สุดยอดเลยค่ะ ขอให้กำลังใจตรงนี้เลยแล้วกัน โครงการเก็บรักของพี่โน่ เราก็ได้ติดตามอยู่ ถ้าว่างก็อยากไปด้วย อยากไปช่วย เพราะเรารู้สึกว่าเป็นโครงการที่ดี เราไม่ต้องรอให้ใครลุกขึ้นมาทำก่อน เพราะว่าเราก็เป็นแค่คนคนหนึ่ง เราก็สามารถช่วยกันทำได้ ทำให้สภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนอยู่ดีขึ้น ไม่ต้องทำไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แต่แค่ทุกคนร่วมมือช่วยกันทำ

ตอนเขาเริ่มคิดจะทำเขามาปรึกษาเราไหม ?

ณิชา : ก็มีส่งข่าวค่ะ ทางผู้จัดการเขาก็ชวน ชวนหลาย ๆ คน

แต่ก็คนโจมตีว่าเขาทำไปเพื่อสร้างภาพ ?

ณิชา : ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีย่อมมีคอมเมนต์อยู่แล้ว ย่อมมีการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนเรื่องนี้จริง ๆ เรารู้ว่าพี่เขาเป็นคนอย่างไร เราก็รู้ว่าคนรอบตัวพี่เขาที่ไปช่วยกันทำรู้ว่าพี่เขาเป็นคนยังไง เขาตั้งใจขนาดไหนกับการทำโครงการนี้ขึ้นมา เขาคิดขึ้นมาเอง ลงมือทำด้วยตัวเอง ถ้าเจตนาเราดีจริง ๆ เราไม่ต้องไปสนคำอะไรเลย เพราะยังไงถึงเราจะสร้างภาพหรือไม่สร้างภาพมันก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่ดี แต่เราเชื่อในตัวเขาว่าไม่ใช่อย่างนั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

» Read more

ยุ้ย จีรนันท์ ขอท้องครั้งเดียว ตั้งใจไว้แล้วจะมี “ลูกแฝด” ให้ได้

ยุ้ย จีรนันท์ ยังคงเดินหน้าเสิร์ฟความหวานให้ชีวิตคู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง

ยุ้ย จีรนันท์ ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันมาร่วมงาน Inspire IVF เพื่อวางแผนครอบครัวในอนาคต โดยสาว ยุ้ย จีรนันท์ ได้ยอมรับว่าเธอและหนุ่มธัญญ์ตั้งใจจะมีลูกด้วยกันภายในปีหน้านี้ แถมยังแอบคิดเอาไว้ด้วยว่าจะต้องเป็นลูกแฝดเนื่องจากเธออยากที่จะอุ้มท้องเพียงแค่ครั้งเดียว

ส่วนแพลนฮันนีมูนหลังแต่งงาน ยุ้ย – ธัญญ์ ก็ได้การกำหนดไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวกันที่ประเทศอังกฤษในช่วงกลางเดือนนี้ หลังจากนั้นจึงค่อยกลับมาเคลียร์งานที่ค้างไว้ให้เสร็จ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโปรเจคต์ทายาทเป็นลำดับต่อไป

วันนี้มาหาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีทายาทใช่ไหม ?
ยุ้ย – “ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็แค่เตรียมความพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงแล้วออกกำลังกาย สรุปก็คือต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นค่ะ”

ธัญญ์ – “ถ้าถามในมุมของความรู้สึกผม ผมอยากให้เขามาแบบธรรมชาติมากกว่า แต่พอมองจนภาพรวมและอะไรหลายๆ อย่างแล้ว ถ้าทุกอย่างมันอยู่ในการควบคุมและการดูแลของคุณหมอ มันก็น่าจะปลอดภัยที่สุด”

สำหรับเราสองคนตั้งใจจะมีทายาทภายในปีนี้เลยหรือเปล่า ?
ยุ้ย – “น่าจะปีหน้าค่ะ แต่ว่าปีนี้เราก็คงต้องฝากไข่เอาไว้ก่อน”

เราทั้งคู่ได้คิดไว้บ้างไหมว่าอยากจะได้น้องผู้หญิงหรือน้องผู้ชาย ?
ยุ้ย – “จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้หมดค่ะ ยุ้ยรักหมดเลย ขอแค่ให้เราได้มีจริงๆ ก็พอ (ยิ้ม)”

ธัญญ์ – “แต่เราก็แอบเชียร์กันคนละข้างนะ (หัวเราะ) เพราะผมอยากได้ลูกชายจะได้ชวนมาเล่นแมนๆ ด้วยกัน แต่ยุ้ยเขาอยากได้ลูกผู้หญิงเพราะจะได้มาทำอะไรหวานๆ แบบเขา”

เป็นไปได้ไหมว่าเราอาจจะได้ลูกแฝดชายหญิงทีเดียวจบไปเลย ?
ยุ้ย – “ยุ้ยอยากได้ลูกแฝดมากค่ะ เพราะยุ้ยเคยบอกเขาไปแล้วว่ายุ้ยขอท้องแค่รอบเดียวนะ (หัวเราะ) ซึ่งเหตุผลก็เป็นเพราะยุ้ยอายุเยอะแล้วเลยไม่อยากท้องบ่อยๆ ยิ่งพอเราไม่ใช่เด็กๆ ด้วย มันก็เลยยิ่งทำให้มีความกังวลว่าเราอาจจะต้องเหนื่อยในการเลี้ยงลูก ฉะนั้นถ้าหากสามารถได้ลูกแฝดภายในครั้งเดียว มันก็ถือว่าจบเลย”

แสดงว่าก็มีโอกาสลุ้นเหมือนกันสำหรับลูกแฝดของเรา ?
ยุ้ย – “ใช่ค่ะ เราก็อยากมี เพราะคุณแม่ยุ้ยยังบอกเลยว่าคุณปู่ของยุ้ยท่านมีฝาแฝด ดังนั้นมันก็มีสิทธิ์เหมือนกันค่ะที่จะตกมาถึงรุ่นหลาน”

อัปเดตเรื่องฮันนีมูนบ้าง ตอนนี้เตรียมทริปเรียบร้อยแล้วหรือยัง ?
ยุ้ย – “จะไปกันวันที่ 18 นี้แล้วค่ะ ไปกันที่ประเทศอังกฤษและก็จะกลับกันในวันที่ 25 ไปเที่ยวกัน (ยิ้ม)”

ทริปนี้เป็นทริปตามใจภรรยาหรือว่ายังไง ?
ธัญญ์ – “เป็นทริปไปกับเพื่อนครับ พอดีว่าจังหวะมันลงล็อกพอดี แต่คงยังไม่มีน้องลอนดอนกลับมาแน่นอน เพราะเราตั้งใจให้เป็นทริปพักผ่อนมากกว่า”

ยุ้ย จีรนันท์

ชีวิตหลังแต่งงานของเราสองคนเป็นยังไงบ้าง ?
ธัญญ์ – “ดีขึ้นเยอะเลยครับ เดี๋ยวนี้เวลาผมไปมาไหนไม่ต้องโทรตามแล้ว โชว์แหวนอย่างเดียวจบ (หัวเราะ) แต่ถามว่าเราหวานขึ้นกว่าเดิมไหม เอ่อ…ผมรู้สึกว่าพอเราแต่งงานกันแล้วความรับผิดชอบของเรามันก็มากขึ้น เราเริ่มมองอนาคตร่วมกันมากขึ้นว่าจากนี้เราอยากจะให้ครอบครัวเราเป็นยังไง หรือเมื่อเรามีลูกแล้วเราจะเลี้ยงเขาอย่างไร ดังน้นทุกครั้งเลยครับไม่ว่าเราทำอะไรเราก็ต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้มากขึ้น”

เราคิดว่ายังมีเรื่องอะไรให้ต้องปรับจูนกันอีกบ้างไหม ?
ยุ้ย – “แทบจะไม่มีเลยนะคะ เพราะเราทั้งคู่ก็คบกันมานานมากแล้ว”

ธัญญ์ – “เหมือนเรารู้จักกันหมดแล้วว่ากว่าว่าเวลาไหนของแต่ละคนเป็นยังไง หรือช่วงนั้นๆ เขาจะมีอารมณ์ยังไง”

ยุ้ย – “แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเรายังมีเรื่องให้ต้องปรับไหม ยังไงมันก็คงต้องมี มีเรื่องให้ปรับกันทุกๆ วัน เพียงแค่มันคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่”

อัปเดตเรื่องการทำงานบ้าง หลังจากที่แต่งงานไปแล้วเราต้องรับงานน้อยลงไหม ?
ยุ้ย – “เรายังทำงานกันเหมือนเดิมค่ะ ทั้งงานละคร งานหนัง และงานผู้จัด รวมถึงธุรกิจส่วนตัวที่เราทำด้วยกันก็ยังต้องมีให้ดูแล ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้มันก็ยังคงดำเนินไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่เราอาจจะต้องแบ่งเวลากันให้มากขึ้นเนื่องจากว่าเราตั้งใจที่จะมีน้องก็เท่านั้นเอง ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เรายังไม่สามารถมีน้องตอนนี้ได้ก็คืองานเรายังแน่นจริงๆ หนักมากจริงๆ มันก็เลยทำให้เรายังไม่สามารถมีน้องได้ในตอนนี้”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more
แต้ว ณฐพร

แต้ว ณฐพร ยิ้มสู้เลขสามแบบสวยๆ ถูกถามเรื่องแต่ง ต้น ผู้หญิงพูดมากจะน่าเกลียด

แต้ว ณฐพร ก้าวเข้าสู่อายุ 30 ปี อย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับนางเอกสาว แต้ว

แต้ว ณฐพร ที่เพิ่งจะฉลองวันคล้ายวันเกิดไปในวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยงานนี้หวานใจหนุ่ม ต้น-อาชว์ ไหลสกุล ได้นำเค้กที่ลงมือทำเองมาเซอร์ไพรส์วันเกิด เรียกว่าหวานสุดๆ

ล่าสุด แต้ว ณฐพร ได้ออกมาเปิดใจให้ฟัง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า แอบกังวลก่อนหน้านี้ที่อายุจะเข้าเลขสาม เพราะต้องมีวุฒิภาวะสูงขึ้น แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด ส่วนแพลนในอนาคตเรื่องแต่งงานที่แฟนคลับต่างลุ้นนั้น ก็มีคิดๆ ไว้นิดหน่อย ไม่ได้จริงจังอะไร ส่วนตัวเป็นผู้หญิงหากพูดมากก็จะดูน่าเกลียด

วันเกิดที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง อายุขึ้นเลขสามแล้ว ?
“สวยๆ ค่ะ (หัวเราะ) ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด ก็ผ่านไป 3 วัน แล้วค่ะ”

แอบกังวลไหม อายุขึ้นเลขสามแล้ว ?
“ใครไม่กลัวบ้าง ก็ต้องมี มันครั้งเดียวในชีวิตที่จะอายุเท่านี้เนอะ หมายถึงว่าทุกคนก็ต้องผ่านประสบการณ์ตรงนี้ ก็โอเคค่ะ ตอนแรกก็ตื่นเต้น จะยังไงดี ซึ่งจริงๆ มันก็แค่วันเดียวอะ”

แสดงว่าเราก็แอบกลัวกับเลขสามอยู่เหมือนกัน ?
“ก็น่ากลัวอยู่ แต่ทุกอย่างก็โอเค ซึ่งจริงๆ ไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้นนะ เพียงแต่เราคิดว่าพอเลขสามมันต้องเป็นคนที่มีวุฒิภาวะแบบสุดๆ แต่เราก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ (หัวเราะ)”

ผู้หญิงหลายคนจะกลัวความแก่ ถ้าอายุเข้าเลขสามแล้ว ?
“ไม่กลัวเท่าไหร่ค่ะ แต่ว่ากินวิตามินหนักมาก (หัวเราะ) จะเรียกว่าเป็นสามสิบกำลังแจ๋วก็ได้ค่ะ”

วันเกิดที่ผ่านมาหวานมาก ต้น มีเซอร์ไพรส์ด้วย ?
“พี่ต้นทำเค้กให้ค่ะ น่ารักมาก (ยิ้ม) ถามว่าเค้กหวานไหม หวานค่ะ ส่วนคนให้นี่เฉยๆ เลยค่ะ (หัวเราะ) เขาเพิ่งเคยทำให้ ก็น่ารักดี”

รู้สึกยังไงบ้างที่เขาทุ่มเทเวลามาทำของเซอร์ไพรส์เรา ?
“เราก็งงว่าเขาเอาเวลาไหนไปทำ และก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไอเดียนี้มาจากไหน แต่ก็น่ารักดี”

นอกจากเค้ก ยังมีอะไรให้พิเศษอีกไหม ?
“ให้เค้กนี่แหละค่ะ (หัวเราะ) หรือว่าอาจจะมีแต่ต้องให้รอก่อน”

เขาดูตั้งใจ ให้คนมาสอนทำจริงจังมาก ?
“ใช่ คือแต้วว่าที่ให้คนมาสอนเพราะจริงๆ แล้วเขาทำแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็ให้คนอื่นทำ”

แต่ของต้นดูเป็นเค้กมากกว่าที่ อาเล็ก ธีรเดช ทำให้ เต้ย จรินทร์พร เพราะดูเหมือนไข่เจียว ?
“เหรอ แต่ตอนที่ไปเที่ยวกับอาเล็ก อาเล็กทำอาหารอร่อยมากเลยนะ”

ปกติต้นจะทำอาหารให้เราทานบ่อยไหม ?
“ไม่เคยเลยค่ะ แต่เราก็ลืมถามไปเลยว่าทำไมปีนี้ถึงทำเค้กให้ เดี๋ยวกลับไปถามก่อนแล้วจะมาบอกนะ (หัวเราะ) คือเราแค่เห็นความตั้งใจของเขา เขาก็คงอยากให้มันมีอะไรที่เป็นโอกาสพิเศษ”

แต้ว ณฐพร

ปีนี้มีคิดไว้หรือยังว่าจะซื้ออะไรให้เขากลับในวันเกิดเขาปีนี้ ?
“ยังไม่ได้ซื้ออะไรเป็นพิเศษค่ะ เพราะปกติก็ไม่ได้รอโอกาสพิเศษอะไรอยู่แล้ว ถ้าอยากได้ก็ซื้อให้เลย”

มีอวยพรอะไรเป็นพิเศษไหม ?
“อวยพรเหมือนทุกปีเลยค่ะ แฮปปี้นะ อะไรแบบนี้ค่ะ”

พออายุเข้าเลขสาม มีวางแพลนในชีวิตถึงอนาคตข้างหน้าแล้วหรือยัง ?
“ก็มองแล้วค่ะ เพราะเริ่มรู้สึกถึงความแก่ ก็จะมองว่าต่อไปต้องทำอะไร ดูแลใครบ้าง เริ่มคิดนิดหนึ่ง ถ้าถามว่ารวมถึงเรื่องแต่งงานด้วยไหม ก็มีแวบๆ คิดนิดหน่อย แต่ยังไม่ได้คิดจริงจัง เราเริ่มรู้สึกว่าจะต้องเริ่มคิดได้แล้วนะ แต่ยังไม่ถึงกับต้องเดี๋ยวนี้ มันไม่แปลกเท่าไหร่ถ้าผู้หญิงอายุสามสิบกว่าๆ จะแต่งงาน มันโอเค”

เราวางแพลนไว้อีกกี่ปี ?
“เป็นผู้หญิงไม่พูดดีกว่า น่าเกลียด (หัวเราะ)”

รอเขาเกริ่นมาก่อนใช่ไหม ?
“ใช่ รอก่อน จริงๆ เขาก็ไม่ได้จะมีเกริ่นอะไรขนาดนั้น”

หรือจะรอเซอร์ไพรส์ในวันวาเลนไทน์นี้ไปเลย ?
“ยังๆ เดี๋ยวก่อน เร็วไปๆ”

ถ้าเขาคุกเข่าขอปีนี้จะทำยังไง ?
“ตกใจสิ ถามว่าจะเซย์เยสไหม บอกไม่ได้ เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ (หัวเราะ) ไม่ลุ้นๆ เพราะเดี๋ยวมันจะเซอร์ไพรส์เกินไปนิดหนึ่ง แต่แต้วว่าไม่นะ เพราะขนาดเค้กที่ทำมา เขาก็บอกแต้วว่าจะทำก่อนวันเกิด แต่ก็ไม่บอกว่าจะให้แต้ว ถือว่าการเซอร์ไพรส์เป็นปัญหาของเขาเลย เพราะเขาทำไม่เก่งค่ะ”

แต่ครั้งหนึ่งในชีวิต เขาอาจจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานได้สำเร็จ ?
“อย่าเลย เรื่องนี้ขอ กลัว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อย่างอื่นเซอร์ไพรส์ได้ แต่เรื่องนี้ขอนะ (ยิ้ม)”

ตอนนี้ต้นคือคนที่ใช่ที่เรามองอนาคตร่วมกันไว้แล้ว ?
“ก็โอเคค่ะ ณ ตอนนี้โอเค ถามว่าพร้อมแล้วไหม มันก็เหมือนคำถามเมื่อกี้แหละ ยังไม่รู้ …

» Read more
เมทัล

เมทัล แอบเครียด “โดม ปกรณ์ ลัม” คุยเรื่องสินสอดกับพ่อ คำตอบที่ได้คือยกให้ฟรีๆ

เมทัล แอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย สำหรับว่าที่เจ้าสาวคนต่อไปอย่างเมทัล สุขขาว ที่กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์

เมทัล หวานใจหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปกรณ์ ลัม ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาอัปเดตถึงการเตรียมงานให้กับสื่อมวลชนได้ฟังว่า เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งธีมที่วางไว้ก็คือ เวดดิ้งคอนเสิร์ต เพราะอยากให้ทุกคนมาสนุกกัน

นอกจากนี้สาวเมทัลยังบอกอีกว่า กังวลที่สุดคือเรื่องการเลือกชุดเจ้าสาว เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงสายแบรนด์เนม และไม่ชอบอะไรที่หรูเรียบเกินไป พร้อมบอกคุณพ่อไม่เรียกค่าสินสอดจากฝ่ายชายสักนิด ขอแค่รักจริงก็พอแล้ว

อัปเดตงานแต่งตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ?
“เกิน 1 เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ คือได้มีการคอนเฟิร์มทุกอย่างแล้ว เช่น ธีมงาน รายชื่อแขกจากครั้งที่แล้วได้ลิสต์มาแล้ว ตอนแรกได้แต่พูดๆ ซึ่งก็กลัวว่าจะไม่ครบ ตอนนี้ได้เขียนลงกระดาษเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่คิดค่ะ แต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัด เลยอาจจะต้องจำกัดบ้างนิดหนึ่ง เอาจริงๆ ยังไม่ได้บวกเลยนะว่าแขกที่เขียนไว้มีทั้งหมดกี่คน แต่ยังไม่ครบค่ะ คือมีแต่คนเตือนให้ทำสิ่งนี้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะลืมใครไป เราจึงต้องรีบทยอยแจกการ์ดก่อน”

แขกเกิน 500 คนไหม ?
“น่าจะเกินนะคะ”

แสดงว่างานใหญ่โตพอสมควร ?
“ก็ประมาณหนึ่ง แต่ทุกอย่างก็สนุกๆ ชิลๆ ค่ะ ไม่ได้ตึงเครียดอะไร ส่วนธีมก็เป็นคอนเสิร์ตเวอร์เลย เวดดิ้งคอนเสิร์ต อะไรแบบนี้ อันนี้คิดเอง ไม่รู้นะแต่สำหรับหนูสองคน จริงๆ เราคบกันมาเรียบง่ายอยู่แล้วค่ะ งานเราก็ไม่ได้อยากทำเพื่อตัวเองอะไรขนาดนั้น หากจะจัดทั้งทีและคนต้องมาอยู่ร่วมงานเราเป็นชั่วโมง เราก็อยากให้เขาดูอะไรสนุกๆ ที่ไม่ใช่พิธีการมากค่ะ”

จะมีโอกาสได้เห็นพี่โดมขึ้นไปเป็นดีเจ สแครทช์แผ่นเสียงให้แขกฟังในเวอร์ชั่นเจ้าบ่าวไหม ?
“หนูบอกพ่อว่า อยากให้ลุงโอ้ โอฬาร ดีดกีต้าร์ส่งตัวเจ้าสาวได้ไหม พ่อก็ถามจะเอาแบบนั้นเลยเหรอลูก หนูก็เลยบอกไปว่าอยากได้แบบเท่ๆ แปลกใหม่ แต่ก็ยังคิดๆ อยู่ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง”

กลัวงบจะบานปลายไหม ?
“ไม่ค่ะ จริงๆ ถ้าอันไหนเราใช้คอนเนกชั่นได้ เรียกได้ว่าถ้าฟรีก็เอาฟรี หนูบอกพี่โดมเองนะ ไม่ใช่พี่โดมบอกนะ เพราะหนูอยากเก็บเงินไว้ทำบ้านดีกว่าค่ะ”

ยังมีส่วนไหนไม่เรียบร้อย และแอบกังวลอยู่ไหม ?
“น่าจะเป็นเรื่องชุด เพราะเราไม่ได้เป็นสายสวยแบรนด์เนม ถ้าเป็นแบบนั้นคงง่าย คงจิ้มแบรนด์เลย แต่ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบอะไรสนุกๆ ชอบแต่งตัวสนุกๆ มันก็เลยทำให้หนูคิดยากว่าถ้าชุดเราเล่นเกินไปก็จะดูไม่ดี หรือว่าจะหรูเรียบเกินก็ไม่ใช่เรา มันเลยลงตัวยากนิดหนึ่ง เรื่องชุดนี่คือยังไม่ได้ฟันธงเลย ถ้าถามว่ามีในใจบ้างไหม ก็มีบ้างค่ะ แต่ยังไม่กล้าฟันธงตัวเอง ไม่รู้ตัวเองใส่แล้วจะเป็นแบบไหน ไม่ค่อยมั่นใจ”

เมทัล

คิดไว้ไหมว่าจะมีกี่ชุด ?
“คิดว่าอาจจะต้องคุย เพราะอยากให้พี่ๆ ทีมคอนเสิร์ตมาทำเลยค่ะ และคงวางว่าเราจะโชว์ร้องเพลงอะไรบ้าง เราก็ค่อยให้เขาช่วยคิดว่าจะต้องเปลี่ยนชุดไหม ใช้ชุดเท่าไหร่ ซึ่งเราอยากได้แบบมีไฟ แต่ก็มีคนบอกระวังไฟดูด (หัวเราะ) อย่างชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็คงต้องมีกากเพชรอะไรแนวๆ นี้”

สถานที่ไปจองที่ไหนมา ?
“จองแล้วค่ะ แต่ยังบอกไม่ได้ คือเรายังไม่ได้ปรึกษากันว่าจะบอกไหม เพราะที่นี่ยังไม่เคยมีใครจัดด้วย ก็รอเซอร์ไพรส์แล้วกันค่ะ”

ตื่นเต้นบ้างหรือยัง ?
“ตื่นเต้นนะคะ แต่มันก็เริ่มเป็นความเครียดนิดหนึ่ง เพราะมันก็หลายอย่างเหมือนกัน แต่ก็มีปรึกษาเวลาไปรายการแล้วเจอรุ่นพี่ดารา ก็จะชอบถาม ซึ่งล่าสุดไปถามพี่พิ้งกี้ สาวิกา นางบอกว่า เธอมาถามฉันเหรอ (หัวเราะ) ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้วุ่นวายเลยค่ะ เดี๋ยวใกล้ๆ คงน่าจะวุ่น”

จะทำทุกอย่างเรียบร้อยทันงานใช่ไหม ?
“ใช่ หนูคิดว่างานหนูไม่ได้ซีเรียสมาก มันเป็นงานสนุกๆ อยากให้ออแกไนซ์ และทุกคนที่มามีข้าวกิน มีที่อยู่ ก็น่าจะโอเคแล้ว เราไม่ได้เรื่องมาก”

เรื่องสินสอดตอนนี้ลงตัวชัดเจนหรือยัง ?
“คือเครียดมาก เพราะพ่อบอกว่ายกให้ฟรี (หัวเราะ) พ่อเป็นชาวร็อกไง เราก็บอกต้องมีค่าเลี้ยงดูนิดหนึ่งหรือเปล่า พ่อก็บอก ไม่ ถ้าพี่โดมรักลูกจริง เอาไปเลย ไม่พูดเรื่องเงิน บ้านหนูจะเป็นแนวแบบนี้ค่ะ แต่พี่โดมก็บอกต้องมีบ้าง ซึ่งบ้านหนูก็ไม่ได้รีเควสต์ค่ะ”

แพลนจะไปเข้าคอร์สเจ้าสาวบ้างหรือยัง ?
“หนูชอบไปปรึกษาพี่ๆ เหมือนกันว่าต้องไหม ซึ่งเขาต่างก็บอกว่า แล้วแต่ เอาที่สะดวก จริงๆ หนูก็อยากสวยค่ะ แต่ถ้าต้องทำอะไรเยอะก็ไม่ไหว เพราะเราชอบทำอะไรง่ายๆ”

เห็นบ่นว่าอ้วนขึ้น ?
“อ้วนขึ้น เพราะชานมไข่มุก คือไม่ได้อยากกินนะ แต่มันน่ากินมาก และอาหารต่างๆ ที่พี่โดมพาไปเลี้ยง ก็อาจจะอ้วนขึ้น ตอนนี้คืองดได้แล้วค่ะ ยิ่งอายุเยอะยิ่งลดยาก เมื่อก่อนหนูลดง่าย ก็อยากรีบฟิตหุ่นเพื่อจะได้ใส่ชุดเจ้าสาวสวยๆ แต่ไม่รู้ว่าจะลดได้แค่ไหน”

วันวาเลนไทน์ปีนี้จะหวานมากแค่ไหน ?
“คิดว่าไม่ คิดว่าจะแยกย้ายกันหาเงิน เพราะเพิ่งจะไปรับถ่ายรายการแล้ว บอกพี่โดมไปคร่าวๆ ว่าปีนี้หากวันไหนว่างก็ต้องรีบเตรียมงานกันเนอะ คงไม่มีเวลาอะไรแบบนี้ อีกอย่างงานของเราจะเป็นแนวๆ อย่างพรุ่งนี้ต้องไปภูเก็ต …

» Read more
บูบู๊-ตุ๊กกี้

บูบู๊-ตุ๊กกี้ ภูมิใจ น้ำปลาร้าราชา ขายดี ออร์เดอร์โกอิเตอร์ ตั้งเป้า สองหมื่นล้าน

บูบู๊-ตุ๊กกี้ วันที่ 3 ก.พ. ที่ สโมสรกรมประชาสัมพันธ์ อารีย์ ในพิธีประกาศสดุดีเกียรติ “บุคคลแห่งชาติ” พุทธศักราช 2562

บูบู๊-ตุ๊กกี้ บู้-กำธร โพธิ์น้ำคำ และ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม มาร่วมงาน และเข้ารับรางวัล TOP BRAND AWRDS 2019 ธุรกิจผลิตภัณฑ์ (BRAND) จาก ผลิตภัณฑ์ ‘น้ำปลาร้าราชา’ ก่อนเข้างานได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ถึงเรื่องธุรกิจน้ำปลาร้าบรรจุขวดขายดี เป็นที่นิยม และส่งออกจำหน่ายที่ต่างแระเทศ ก่อนเข้างานได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ถึงเรื่องธุรกิจน้ำปลาร้าบรรจุขวดขายดี เป็นที่นิยม และส่งออกจำหน่ายที่ต่างแระเทศ

บูบู๊-ตุ๊กกี้
โดย ตุ๊กกี้ เผยว่า “วันนี้มาเป็นเพื่อนบูบู้ เขาได้รางวัลจาก น้ำปลาร้าราชา โดยทางกระทรวง สาธารณสุขเขาก็ได้มาตรวจโรงงาน มาดูกระบวนการผลิตของเรา ก็ได้มอบ อย. ให้กับเรา และได้ให้ GMP เป็นสัญลักษณ์ว่า โรงงานได้มาตรฐานเท่ากับห้องผ่าตัด ถูกหลักอนามัยทุกอย่างค่ะ”
บูบู้ “วันนี้รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ธุรกิจทำมา ก็ไม่คิดว่าจะขยายตัวได้เร็วขนาดนี้ครับ ส่วรเรื่องคุณภาพของโปรดักส์ เราได้การันตรีจาก GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานรองรับของโรงงาน และมีสัญลักษณ์ฮาลาล คนอิสรามสามารถทานได้ครับ”

จนถึงวันนี้ตั้งแต่เริ่มทำ จนได้รับรางวัล เกิดความภาคภูมิใจยังไงบ้าง
บูบู้ “ก็ภูมิใจเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เราก็จะพัฒนาโปรดักส์ให้มันดีกว่านี้ขึ้นเรื่อยๆ ครับ”
ตุ๊กกี้ “ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่ให้สัมภาษณ์มาหลายรอบ คือตั้งใจมาก ดด้วยอะไรก็ตามที่เข้าไปในปากคน เราก็ซีเรียสมาก และที่สำคัญตัวเราเอง ถ้าเราซื้อสัตย์ ต่อผู้บริโภค สิ่งที่เราผลิตออกมาก็จะทำให้เกินความไว้วางใจ ผู้บริโภคก็ซื้อสินค้าเรา”

หายเหนือยไหม
บูบู้ “หายเหนือยครับ ล่าสุดก็เพิ่งจะส่งออกไปเกาหลี 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และกำลังจะเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายที่เดนมาร์กครับ น่าจะเดือนหน้าครับ และข่าวดีล่าสุดที่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากของปลาร้าราชา คือกำลังจะเข้าวางจำหน่ายที่เซเว่น-อีเลฟเว่น ครับ เป็นปลาร้าเจ้าแรกที่จะได้เข้าเซเว่นครับ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ได้ให้โอกาส ได้เข้าพูดคุยเรื่องของโปรดักส์ครับ”
ตุ๊กกี้ “ขอบคุณในความเอ็นดู ที่ผู้ใหญ่เห็นความตั้งใจ และหยิบยื่นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้เรา ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ตั้งเป้าไว้เท่าไหรค่ะ
บูบู้ “ประมาณ สองหมื่นล้านครับ ภายใน 5 ปี (หัวเราะ) อาจจะพูดโอเวอร์ไปครับ”
ตุ๊กกี้ “ต้องบอกว่าเราอยากได้ (หัวเราะ”

ส่งออกนอกด้วย เรื่องแพ็คเก็จจิ้งต้องควบคุมขนาดไหน
บูบู้ “ต้องควบคุมมาตรฐานครับ ขนาดตอนที่ออกแบบเป็นภาย 3D ยังต้องมีบอกว่าแรกกดอากาศเท่าไหร่ ตูดขวดต้องห่างจากพื้นเท่าไหร่เพื่อกันแรงระเบิด แม้กระทั่งสีของตัวหนังสือ ขนาดตัวหนังสือ ผู้บริโภคต้องอ่านเห็น เราก็คอยแก้ไขเพื่อระยะยาวครับ ถามว่าต้องศึกษาเยอะขนาดไหน ศึกษาและวางแผนเป็นปีๆ ครับ แม้กระทั่งเรื่องขวด เราก็จดลิขสิทธิ์ ไม่ใช่เป็นขวดที่เป็นแพทเทิร์นทั่วไป แต่ใช้เป็นขวดเกรดเพท”

งานเยอะมีเวลาเติมหวาน จู๋จี๋กันไหม
บูบู้ “ก็ปกติ เราอยู่ด้วยกันทุกวันครับ”
ตุ๊กกี้ “เราโตแล้ว และเราเริ่มต้นมาด้วยเด็กน้อย คบหาดูใจกัน จนทุกวันนี้มาเป็นครอบครัว จนทุกวันนี้ 14-15 ปี แล้ว ความหวานก็เลยเถิดมาแล้ว เป็นคู่ที่ชีวิตคู่ที่ใช้ร่วมกันมากกว่า ไม่ได้ต้องหวานแล้ว”

วางแผนครอบครัวยังไงบ้าง
ตุ๊กกี้ “ตอนนี้ก็ต่างคนต่างทำมาหากิน และช่วยเหลือจุนเจือกันและกัน ที่สำคัญชีวิตเราชีวิตเขาอย่าเอาความทุกข์มาเบียดเบียนซึ่งกันและกัน เราจะพูดกันแต่เรื่องความสุขค่ะ ทำงานเก็บเงินค่ะ ก็วางตัวเองไว้ว่าเหมือนไหร่จะพอ ถ้าเรารู้จักพอเราก้จะรุ้ว่าเมื่อไหร่เราควรหยุด ส่วนเรื่องในวงการบันเทิง ทุกวันนี้เห็นเยอะแล้ว คือเป็นวัฏจักรใครขึ้น ใครลง ใครมา ไม่มา หรือว่างานมาเงินมียังไง เราเห็นมาหมดแล้ว ทีนี้ก็มาถามตัวเองว่าเรายังอยากอยู่อีกนานแค่ไหน ถ้าเกิดเรารู้จักคำว่าพอ เราก็จะรู้ว่าเราน่าจะพอตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว อยู่ที่ตัวเราว่าพอหรือยัง หายอยากหรือยัง บอกตัวเองเสมอว่า ถ้ามางานประจำมีเงินประจำก็ควรจะพอแล้ว ธุรกิจทุกวันนี้ก็ซัพพอร์ตตุ๊กกี้ได้ ก็ว่าน่าจะสักอายุ 50 เราต้องให้โอกาส เราอยากพอหรือยังถ้าพอแล้วก็ให้คนอื่นมาอยากแบบเราบ้าง เปิดโอกาสบ้าง ที่สำคัยเมื่อก่อนร้องเพลงชั่วโมงครึ่งไม่เหนื่อยเลย ทุกวันนี้ 5 เพลง หมอบแล้ว แสดงว่าร่างกายเราคงไม่ไหว ก็ต้องบอกตัวเองว่าพอแล้ว”

อ่านข่าวเพิ่ม : ขายดิบขายดี!! ‘ตุ๊กกี้’หันทำน้ำปลาร้า ลูกค้าแห่ออเดอร์-ตี3ยังนั่งแพ็กของ แจงข่าวออกชิงร้อยฯ
ส่วนปีนี้รับงานรัวๆ
ตุ๊กกี้ “รัวๆ ค่ะ ปลอยซิงเกิลใหม่ด้วย รู้อย่างนี้ปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว …

» Read more

สล็อตออนไลน์ มือถือ กลยุทธ์โป๊กเกอร์พื้นฐาน

สล็อตออนไลน์ มือถือ

สล็อตออนไลน์ มือถือ

สล็อตออนไลน์ มือถือ โป๊กเกอร์สำหรับผู้เริ่มต้น

สล็อตออนไลน์ มือถือ777 โป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเพียงเกมแห่งโชคและโชค ในขณะที่มันเป็นจริงอย่างสิ่งเหล่านี้เข้ามาเล่นมีระดับของทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดี เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้มันไม่สำคัญว่าเกมจะเป็นแบล็คแจ็คเท็กซัสโฮลเด็ม ‘เอ็มหรือ 7-Card สตั๊ดกลยุทธ์การเล่นโป๊กเกอร์แบบง่ายๆ บางอย่างสามารถช่วยให้ผู้เล่นกลายเป็นผู้ชนะได้ มันจะไม่รับประกันว่าจะชนะทุกครั้ง แต่มันจะขึ้นอยู่กับความโปรดปรานของผู้เล่น สล็อตออนไลน์888

มีเคล็ดลับกลยุทธ์การเล่นโปกเกอร์ขั้นพื้นฐานที่ครอบคลุมถึงเกมที่กำลังเล่นอยู่ จากสตั๊ด 5 ใบไปจนถึงไฮ – โลและอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้รวมกันเพื่อสร้างผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดี สล็อตออนไลน์ฟรีเครดิต

โฟกัส บางทีกลยุทธ์โป๊กเกอร์อันดับหนึ่งที่ผู้เล่นเก่งใช้ก็คือการใช้สมาธิและวินัย ผู้เล่นที่ดีมีความอดทนและพวกเขารอมือขวาและยับยั้งตัวเองจากการเคลื่อนไหวที่โง่เขลา การมีระเบียบวินัยและการมุ่งเน้นอาจเป็นกลยุทธ์ที่ยากในการจ้างงาน แต่มันสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว สล็อตออนไลน์ gclub

การรอดู กลยุทธ์การเล่นโปกเกอร์ขนาดใหญ่ครั้งต่อไปที่ผู้เล่นที่ดีใช้คือไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าการใช้พลังแห่งการสังเกต พวกเขาให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นดูพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามและรับความรู้สึกกับเกมและโต๊ะ นี่อาจยากกว่าในโป๊กเกอร์ออนไลน์ แต่กลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้ขยายไปถึงเวทีนั้นเช่นกัน สล็อต999

ความเข้าใจ กลยุทธ์โป๊กเกอร์พื้นฐานที่สุดของทั้งหมดและหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจเกมที่กำลังเล่นอยู่ ผู้เล่นที่ใช้กลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้จะเริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอัตราต่อรองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ กลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้นอกเหนือไปจากการรู้ไพ่ในมือที่ดีมันขยายไปถึง ins และลึกหนาบางของแต่ละเกมที่กำลังเล่น สล็อตxo

ปฏิภาณโวหาร กลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่ดีอีกประการหนึ่งในการจ้างงานคือการทำให้การกระทำของคุณไม่สอดคล้องกัน เมื่อผู้เล่นอื่นดูกลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้โดยเฉพาะอาจทำให้ยากสำหรับพวกเขาที่จะอ่านคุณ ในทางกลับกันกลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้สามารถชำระด้วยชัยชนะเมื่อการ์ดอาจพูดเป็นอย่างอื่น เล่นสล็อตฟรีได้เงินจริง

เรื่องเงิน นี่คือเคล็ดลับกลยุทธ์โป๊กเกอร์ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากที่สุดในระยะยาว อย่าเดิมพันทั้งหมดในหม้อเดียวและอย่านำไปไว้ในโต๊ะเกินกว่าที่คุณจะเสียได้ ผู้เล่นที่ปฏิบัติตามกลยุทธ์โป๊กเกอร์นี้มักจะสามารถเล่นได้ใกล้กับเสื้อยืดเพราะพวกเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมือของแต่ละบุคคลเหมือนกับผู้ที่นำเงินนมมาไว้ที่โต๊ะ สล็อตออนไลน์777

» Read more

พุฒ พุฒิชัย เปิดอู่ปั๊มลูกตั้งแต่ต้นปี เป้าหมายชัดเจน ปีนี้ “จุ๋ย” ต้องท้อง

พุฒ พุฒิชัย ทำเอาหลายคนสงสัยกันหนักมากว่าภรรยาคนสวย จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา กำลังตั้งท้องลูกคนแรกอยู่หรือเปล่า

พุฒ พุฒิชัย หลังรุ่นน้องคนสนิท คาริสา สปริงเก็ตต์ โพสต์ภาพถ่ายพร้อมแคปชั่นชวนลุ้นลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว จนเพื่อนๆ ร่วมวงการและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่

ล่าสุดนอกจากพระเอกหนุ่ม พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน จะออกมาไขข้อข้องใจว่าภรรยาสุดที่รักไม่ได้กำลังตั้งท้องอย่างที่หลายคนสงสัยแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังบอกอีกด้วยว่า ตนและสาวจุ๋ยตั้งใจจะมีลูกภายในปีนี้ให้ได้ ซึ่งถ้าหากมีข่าวดีเมื่อไหร่จะรีบมาบอกทุกคนให้รู้แน่นอน

ล่าสุดเห็นว่าเราควงกันไปขอพรเรื่องลูก ?
“แค่อธิษฐานเฉยๆ ครับ ไม่ถึงขั้นขอพรหรืออะไรหรอก เพราะปีนี้ผมตั้งใจจริงๆ ว่าอยากจะมีทายาท รวมถึงทางคุณจุ๋ยเองเขาก็ได้ไปเช็กดวงมาด้วยว่า ถ้าหากสามารถมีลูกได้ในปีกุน ดวงของลูกก็จะมาช่วยเสริมดวงของพ่อ”

แสดงว่าเรากับจุ๋ยตั้งใจจะต้องมีภายในปีนี้ให้ได้ ?
“ถ้าเขามานะพี่ (หัวเราะ) คือทุกวันนี้เราก็ทำทุกอย่างตามธรรมชาติมาตั้งแต่ช่วงต้นๆ เดือนมกราคม”

แต่หลายคนก็แอบสงสัยว่าจริงๆ ลูกมาแล้วแหละ แต่เราสองคนยังไม่อยากบอก ?
“ก็คือเรายังไม่รู้เหมือนกันครับว่าเขามาไหม แต่ถ้าหากสมมติว่าเขามาในเร็ววันนี้ ผมกับคุณจุ๋ยเราบอกแน่นอน เพราะเราก็พร้อมที่จะดีใจอยู่แล้ว”

ไม่ได้เป็นเพราะเราถือเคล็ด 3 เดือนใช่ไหม ถึงยังไม่บอก ?
“ถ้าถามความรู้สึกผม เอ่อ…เรื่องนี้ผมไม่ได้ซีเรียสนะครับ แต่ถ้าเป็นทางฝั่งของคุณจุ๋ย ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะถือเคล็ดหรือเปล่า”

แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวด้วยว่าพระที่เราสองคนนับถือ ขอไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกเพื่อเป็นการถือเคล็ด ?
“เอ่อ…ตอนนี้ยังไม่ท้องไงครับ ผมก็เลยยังไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) ยังลุ้นกันอยู่ทุกเดือน”

พอหมอดูบอกกับจุ๋ยว่าถ้าหากมีลูกได้ภายในปีนี้จะดี ตัวเราเองรู้สึกกดดันไหม ?
“ก็ไม่ได้กดดันนะครับ ขอปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า เพราะผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าร่างกายของเราทั้งคู่พร้อมมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าหากเขาสามารถมาได้ง่ายๆ เราก็คงจะแฮปปี้มากครับ”

จากผลตรวจสุขภาพของเราสองคนล่ะ ถือว่าแข็งแรงหรือเปล่า ?
“สุขภาพโอเคเลยครับ เพราะตั้งแต่เราแต่งงานเสร็จ เราก็นัดกับคุณหมอเพื่อเช็กร่างกายทันที เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้”

จุ๋ยเขาต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษกว่าเดิมไหม ตั้งแต่ตัดสินใจว่าจะมีน้อง ?
“ตอนนี้เขาก็ดูแลตัวเองเรื่อยๆ ครับ สิ่งไหนที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย เขาก็ทานมากขึ้น ซึ่งมันก็อาจจะส่งผลถึงสุขภาพของเขาด้วยเหมือนกัน”

ตัวเราเองล่ะได้ขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาจากใครบ้างหรือเปล่า ?
“เยอะเลย มีเยอะ (หัวเราะ) อย่างพี่ๆ ในวงการที่เขามีครอบครัวแล้วเขาก็จะมาช่วยแนะนำว่าควรตรวจอย่างนั้นอย่างนี้ ควรขยันทำการบ้านบ่อยๆ มีคำปรึกษาจากหลากหลายทางมาก ซึ่งสุดท้ายเราก็ต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่าเราเหมาะกับตรงไหน”

พุฒ พุฒิชัย

อาจจะต้องพากันไปเปลี่ยนโลเคชั่นหรือเปลี่ยนสถานที่บ้างหรือเปล่า ?
“ล่าสุดเราก็เพิ่งจะไปต่างประเทศกันมาเมื่อช่วงปีใหม่ ทริปนั้นก็ถือว่าได้ไปเปลี่ยนโลเคชั่นกันครับ”

แสดงว่าคู่เราค่อนข้างเชื่อที่หมอดูแนะนำว่าถ้าหากมีลูกในปีนี้จะโชคดี ?
“ก็ถือว่าดีนะครับ แต่ถ้าหากไม่ทันก็ไม่เป็นไร เพราะเว้นไปอีกสักปีหนึ่ง ดวงของลูกก็จะเสริมแม่เหมือนกัน”

พอเราตั้งใจจะมีลูกในปีนี้ แบบนี้ก็ต้องเร่งเคลียร์งานกันเลยหรือเปล่า ?
“จะเป็นทางฝั่งคุณจุ๋ยมากกว่าที่ต้องเคลียร์ เพราะเขาเป็นแม่ เขาต้องอุ้มท้อง ซึ่งตอนนี้เขาก็เร่งถ่ายละครอยู่เหมือนกัน ส่วนผมก็ต้องเร่งทำงานอย่างบ้าคลั่ง รับงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพัก ถ่ายละครกันยาวๆ เลย”

ถ้าพูดถึงเพศลูก เราอยากได้ลูกสาวหรือลูกชาย ?
“ผมอยากได้ลูกชายครับ เพราะเล่นกับลูกผู้ชายแล้วมันน่าจะสนุกดี แต่ว่าคุณจุ๋ยเขาอยากได้ลูกสาว (ยิ้ม) ซึ่งเอาจริงๆ เลยนะ สุดท้ายแล้วจะชายหรือหญิงก็ได้หมด เพราะเราตั้งใจจะมีลูก 3 คนอยู่แล้ว”

ตอนนี้ก็ยังคงมีความตั้งใจเดิมว่าจะต้องมีลูก 3 คนให้ได้ ?
“ก็เป็นความตั้งใจครับ อยากมีสัก 3 คน เนื่องจากที่บ้านเรามีพี่น้องเยอะ มีพี่น้องกันตั้ง 6 คน ถ้าหากมีลูกได้สักครึ่งหนึ่งของที่บ้านก็คงดี สนุกสนานเหมือนกับครอบครัวพี่เจ พี่ปิ่น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more

มิ้นต์ ชาลิดา ตอบดราม่า ถูกวิจารณ์เรื่องเยอะ มีข้อจำกัด ไม่ยอมเล่นเลิฟซีน

มิ้นต์ ชาลิดา กลายเป็นดราม่าร้อนๆ ในโลกโซเชียลซะแล้ว เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีชาวเน็ตเปิดกระทู้คอมเมนต์การแสดงของนางเอกซุปตาร์ มิ้นต์

มิ้นต์ ชาลิดา ว่ามีข้อจำกัดเยอะ โดยเฉพาะกับบทเลิฟซีนที่ดูเหมือนว่านางเอกสาวจะยังไม่ยอมปลดล็อกตัวเองสักเท่าไหร่ จนผู้จัดการส่วนตัว อย่าง พี่กัณ ต้องออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงรายละเอียดการทำงานของสาวมิ้นต์เพื่อไขข้อข้องใจที่เกิดขึ้น

โดยล่าสุดขณะที่ มิ้นต์ เดินทางมาร่วมงาน Steve Madden Reflect Gift Love เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดราม่าดังกล่าวกับกองทัพสื่อ พร้อมกับยืนยันว่า เธอไม่เคยมีข้อจำกัดในการทำงานอย่างที่หลายคนเข้าใจ และที่สำคัญบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ซีนจิกหมอนหรือเลิฟซีนอีกด้วย

“เอ่อ…ก่อนหน้านี้ตอนที่มิ้นต์ร่วมงานกับ เจมส์ มาร์ เราก็มีนะคะที่จูบจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับบทด้วยว่าผู้จัดหรือผู้กำกับเขาอยากให้เป็นแบบไหน ซึ่งตัวมิ้นต์เองไม่เคยเลยจริงๆ ที่จะมีข้อจำกัดห้ามนู่นห้ามนี่เวลาทำงาน เพราะมิ้นต์ทำงานในวงการนี้มาตั้งแต่เด็ก มิ้นต์จึงค่อนข้างเข้าใจว่ามันคือการทำงาน และเราเองก็ต้องเคารพในงานที่เราทำด้วย”

“ซึ่งละครเรื่องนี้ที่มิ้นต์ได้มีโอกาสแสดง เขาไม่ได้เน้นซีนจิกหมอนหรืออะไรขนาดนั้น แต่เขาจะมีหลายๆ แนวอย่างที่ทุกคนได้เห็นกันมากกว่า ถามว่ากระแสที่มีเข้ามามันรุนแรงขนาดไหนถึงทำให้พี่กัณ(ผู้จัดการส่วนตัว) ต้องออกมาโพสต์ข้อความชี้แจง เอ่อ…มันมีหลายๆ คอมเมนต์ค่ะที่บอกว่ามิ้นต์เรื่องเยอะเรื่องมาก ซึ่งเหตุผลที่พี่กัณโพสต์ก็เพราะเขาไม่อยากให้คนมองแบบนั้น อีกอย่างบทของเรื่องนี้มันก็ไม่ได้มีแนวเลิฟซีนอะไรขนาดนั้นด้วย”

มิ้นต์ ชาลิดา 
ข้อความชี้แจงจากผู้จัดการส่วนตัว มิ้นต์

“สำหรับความรู้สึกมิ้นต์ ถามว่ามิ้นต์นอยด์ไหม คือ…มิ้นต์ไม่ได้นอยด์เลย เพราะมันเป็นเรื่องที่สามารถถามกันได้ แต่มิ้นต์ก็อยากให้ทุกคนเปิดใจและรอดูกันในเรื่องอื่นๆ หรือถ้าอยากดูเลิฟซีนจริงๆ ก็กลับไปดูละครเรื่องเก่าๆ ก่อนก็ได้ค่ะ”

ภูผาเขาเข้าใจการทำงานของเราหรือเปล่า ?
“พี่เขาไม่เคยถามและไม่เคยเข้ามาก้าวก่ายเลยค่ะ เพราะทุกงานที่มิ้นต์ทำมิ้นต์ก็ดูตามความเหมาะสม (ยิ้ม)

ซึ่งหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้หน้าอกหน้าใจของเจ้าตัวหายไปไหนหมด จนบรรดาแฟนคลับต้องเข้ามาช่วยตอบกลับ และกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล

ซึ่งงานนี้นอกจาก มิ้นต์ จะออกพูดถึงเรื่องนี้แบบชิวๆ ในทำนองว่าไม่ได้ซีเรียสกับเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เธอก็ยังบอกอีกด้วยว่า ส่วนตัวภูมิใจกับรูปร่างตัวเองมาก และก็ไม่ได้รู้สึกด้วยว่าเป็นปัญหาอะไร เพราะถ้าหากเรามั่นใจแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ

มีดราม่าในคอมเมนต์ที่บอกว่าหน้าอกหน้าใจเราหายไปไหนหมด ?
“มันอยู่ข้างในลึกมากค่ะ เราสวยจากภายในคนเขาก็เลยมองไม่เห็นกัน (หัวเราะ) คือเอาจริงๆ เลยนะ มิ้นต์ต้องบอกก่อนว่ามิ้นต์ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องตรงนี้เลย เพราะถ้าหากมิ้นต์ซีเรียสมิ้นต์คงทำไปนานแล้ว มิ้นต์ไม่ได้ติดใจอะไรเลยค่ะ และก็ไม่ได้เสียเซลฟ์ด้วย เพราะมิ้นต์เข้าใจรสนิยมและความชอบของแต่ละคน แต่ด้วยควาที่มิ้นต์เองอยากเป็นแบบนางแบบระดับโลกไง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีก็ได้”

มิ้นต์ ชาลิดา 

“ถามว่าเคยมีผู้ใหญ่นะนำให้มิ้นต์ไปทำบ้างหรือเปล่า ก็มีนะคะ แต่ด้วยความที่มิ้นต์เป็นคนกลัวเจ็บ มิ้นต์ก็เลยไม่เอาดีกว่า แถมเราเองก็ไม่ได้รู้สึกอยากมีขนาดนั้นด้วย เพราะเราก็ยังสวยได้ในแบบของเรา”

“อีกอย่างชุดที่มิ้นต์ใส่วันนั้นมันก็เป็นชุดซีทรูทั้งตัวด้วย คนก็เลยสังเกตกันเป็นพิเศษ แถมตอนใส่คุณแม่ก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่ามิ้นต์แน่ใจเหรอ (หัวเราะ) คือถ้าใส่แล้วมันเห็นซิลิโคลนหลุดออกมาเราก็ไม่ใส่ดีกว่า ขอสวยในแบบของเราก็พอ แค่เรามั่นใจจากข้างในก็พอแล้ว (ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

» Read more
1 2 3 11