คิมแจจุง

คิมแจจุง จัดหนักหรรษาปาร์ตี้ สามชั่วโมงเต็มอิ่ม-ได้ใจแฟนคลับ

คิมแจจุง การกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งของศิลปินเกาหลีตัวพ่ออย่าง แจจุง หนึ่งในสมาชิกวง เจวายเจ (JYJ)

คิมแจจุง ผลงานลำดับที่ 4 แห่งปี 2019 จากผู้จัดท็อปฟอร์ม โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของ บิ๊กบอส กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งโคจรมาร่วมงานอีกครั้งกับ ซีเจส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เนรมิตธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ให้กลายเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดสุดอบอุ่นและหรรษาฮาเฮขั้นสุดเพื่อแฟนๆ ชาวไทย ทำเอากองทัพ แจแฟนชาวไทย (ชื่อแฟนคลับแจจุง) ตกหลุมรักได้อีกกับผู้ชายชื่อคิมแจจุง ผู้มาพร้อม ความแจจุง ซึ่งน่ารักยียวนกวนหัวใจ

เปิดฉากปาร์ตี้ หลังเจ้าตัวก้าวขึ้นเวทีพร้อมรอยยิ้มกว้าง i99bet คือการทักทายประโยคแรกด้วยภาษาไทยแบบชัดถ้อยชัดคำ “ทุกคนสวัสดีครับ ผมคิมแจจุง ยินดีที่ได้เจอทุกคนนะครับ” แค่นี้ก็รับเสียงกรี๊ดไปเต็มๆ

คิมแจจุง

จากนั้นได้เวลาตัดริบบิ้นเปิดงาน J-PARTY ฉลองวันเกิดย้อนหลัง โดยทีมงานนำเค้กแจจุงขี่ช้างสุดคิวต์ที่เหล่าแฟนคลับร่วมกันจัดทำขึ้นมาส่งมอบ

นอกจากนี้ยังมีหลากหลายกิจกรรมที่หนุ่ม แจจุงนำมาสร้างความสนุกสนานให้กับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงการพูดคุยสบายๆ ช่วงที่เจ้าตัวสวมบทบาทเป็น เชฟคิม ในช่วง Made By JJ เตรียมเสิร์ฟอาหารว่างให้แฟนคลับผู้โชคดีอีกด้วย

ช่วงภารกิจตรวจวัดสมรรถภาพว่าแข็งแรงแค่ไหน ทั้งปั่นจิ้งหรีด ปาลูกโป่ง พร้อมกับช่วงเปิดคอนเสิร์ต โชว์เพลงเพราะๆ และเพลงจังหวะชวนแดนซ์ให้เหล่าแจแฟนชาวไทยได้ออกสเต็ปเรียกเหงื่อ

คิมแจจุง

ปิดท้ายกันด้วย I’ll protect you เพลงความหมายดีๆ ที่แจจุง บอกว่าจะร้องในตอนท้ายคอนเสิร์ตทุกครั้ง เพราะสื่อความหมายและความผูกพันที่มีต่อแฟนๆ ได้ดีที่สุด พร้อมกับย้ำว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตัวเขาเองก็รู้ว่าทุกคนคอยให้กำลังใจอยู่เสมอจากที่ที่ห่างไกลต้องนั่งเครื่องบินมา 6 ชั่วโมง ขณะที่แจแฟนชาวไทยเองก็ส่งพลังรักและผูกพันกลับไปด้วยการชูป้ายโปรเจ็กต์ว่า “ฉันจะยังคงตกหลุมรักคุณทุกวัน” พร้อมกับร้องเพลงนี้คลอตามได้อย่างเป๊ะทุกท่อนตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อยืนยันว่าแฟนๆ จะปกป้อง แจจุง เช่นกัน นาทีนี้แจจุงพูดเลยว่า ทั้งที่มันเป็นเรื่องยาก แต่ทุกคนกลับร้องเพลงนี้ได้เพื่อเขา เขาปลื้มใจสุดๆ เลย ก่อนจะโบกมือลากันไปแจจุงยังส่งมินิฮาร์ตให้แฟนๆ ทุกโซนทั่วถึงทั้งฮอลล์ พร้อมกับสัญญาสั้นๆ แต่ทำเอาแฟนคลับตื้นตันน้ำตาคลอว่า “แล้วเจอกันใหม่ครับ”

ทั้งหมดนี้คือ ‘ความแจจุง’ ที่ฟินจริงจังและดีต่อใจแฟนๆ ชาวไทย งานเดียวได้เห็นหนุ่มหล่อคนนี้ทุกมิติ ร้องเพลงเพราะ เพอร์ฟอร์ แมนซ์ดี เอ็นเตอร์เทนเก่ง รักแฟนคลับ และเป็นคนตลกมาก! สนุกสุดหรรษาและมันเต็มอารมณ์ตลอด 3 ชั่วโมงจริงๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

» Read more
บอย ปกรณ์

บอย ปกรณ์ พูดแล้ว จีบ ยิปโซ จริงหรือเปล่า !? หลังคอมเมนต์ชวนกินข้าวบ่อย ๆ

บอย ปกรณ์ เคลียร์สัมพันธ์ ยิปโซ อริย์กันตา ตามจีบจริงหรือเปล่า หลังเข้าไปคอมเมนต์ชวนกินข้าวบ่อย ๆ พร้อมแจงสัมพันธ์ น้องเกิร์ล

บอย ปกรณ์ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พระเอกหนุ่มหล่อสายเกรียน บอย เข้าไปคอมเมนต์ในอินสตาแกรมของนักแสดง ยิปโซ อริย์กันตา อยู่บ่อยครั้ง แถมยังชวนฝ่ายหญิงทานข้าวแทบทุกคอมเมนต์ จนหลายคนแอบสงสัยว่า หรือ หนุ่มบอย จะตามจีบ สาวยิปโซ อยู่หรือเปล่า นอกจากนี้ ยังมีข่าวกับ น้องเกิร์ล ลูกสาวของนักแสดงรุ่นใหญ่ในวงการด้วย

ล่าสุด (27 กุมภาพันธ์ 2562) หนุ่มบอย ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ตนกับยิปโซเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว คือเราก็แซวกันในอินสตราแกรมบ้าง และพอดีว่าช่วงนี้ยิปโซลงรูปแล้วสวยจังเลย เราก็แซวไปสวยเนาะ เพราะปกติเขาไม่ค่อยลงรูปสวย ๆ เท่าไร ยืนยันว่าไม่ได้จีบ เป็นเพื่อนกัน i99bet ถามว่าเขาเป็นสเปกเราไหม คือมันไม่เชิงว่าไม่ใช่สเปกหรือว่ายังไง แต่เรากับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน เรื่องโอกาสพัฒนาก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย

แต่เรื่องนิสัยเขากับเราเข้ากันได้ดี ?

บอย  : เขานิสัยดี ตลก น่ารัก คือเราแซวเรื่องที่กินข้าวจะชวนไปกินข้าวหลายปีแล้วนะ 3 ปี ยังไม่ได้กินกันเลย

ความสนิทสนมถึงขั้นไหนยังไงบ้าง ?

บอย  : ก็เป็นคนที่เคยทำงานด้วยกัน เล่นหนังด้วยกันประมาณนี้แล้วก็อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ว่าทุกครั้งที่ได้เจอกันตามงาน หรือบางทีเจอกันแบบนอกรอบหมายถึงเจอกันแบบบังเอิญประมาณนี้ ก็ยังคิดถึงเขา ว่าง ๆ ไปกินข้าวกันนะ อยากคุย คิดถึงคือแบบเพื่อนนะ เพราะว่าเขาเป็นคนนิสัยดีน่ารัก

มีคนลุ้นเยอะ ๆ พอจะมีโอกาสไหม ?

บอย  : ไม่มีหรอก เป็นแค่เพื่อนกันครับ

เช็กหรือยังว่าเขาโสดไม่โสด ?

บอย  : ไม่ได้เช็กว่าเขาโสดไม่โสดหรือเปล่า เพราะเราไม่เคยคิดกับเขาเรื่องนี่เลย คิดแค่เป็นเพื่อนจริง ๆ

บอย ปกรณ์

ช่วงนี้มีแฟนไหม ?

บอย : ไม่มีครับ

ล่าสุดควงน้องเกิร์ลไปดูคอนเสิร์ต ?

บอย  : ครับ สงสารน้องเขา

คนถ่ายรูปลงเต็มทวิตเตอร์เลย ?

บอย  : ผมก็ลงสตอรี่เองด้วยเพราะว่า ต้องบอกก่อนว่าน้องเกิร์ลคือลูกของป้าก้อยป้ากล้วยครับ คือผมสนิทอยู่แล้ว ป้าก้อยป้ากล้วยแล้วก็น้องเกิร์ล ครอบครัวของเขาเพราะว่าเราไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันบ่อย อย่างน้องเกิร์ลเขาชอบคอนเสิร์ตเกาหลี แล้ววันนั้นไม่มีเพื่อนไปผมก็เลยชวนเขาไปด้วยกัน

ไปสองคน ?

บอย  : ไปสองคนครับ

พอมีภาพออกมามีข่าวด้วยกันได้คุยกันไหม ?

บอย  : ภาพที่ออกมาคือภาพจากสตอรี่ของผมเอง คือมันไม่ได้มีอะไร วันนี้ผมก็เพิ่งเล่าให้เขาฟังว่าเดี๋ยววันนี้จะโดนถามเรื่องนี้แหละ เขาก็ขำ ๆ จะโดนแม่โทร. มาไหมเนี่ย

รู้จักกันมานานแค่ไหน ?

บอย  : นานแล้วครับ หลายปีเลย จำไม่ได้ว่ากี่ปี แต่ว่าหลายปีเลย เพราะว่าป้าก้อยกับป้ากล้วยอีกสองท่านผมก็สนิทด้วยเป็นผู้ใหญ่ในช่องที่ผมสนิทด้วย

ปกติไปไหนไปกันสองต่อสองปกติไหม ?

บอย  : เคยไปสองคนครั้งแรกครับผม ก่อนหน้านี้ก็ไปกับป้าก้อยบ้างกับพี่ชายเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้คือว่างกันอยู่สองคนเลยไปกันสองคน

หลังจากนี้จะคิดถึงน้องคนแรกไหมเวลาจะชวนไปไหน ?

บอย  : ถ้าเกิดว่ามีคอนเสิร์ตเกาหลีก็จะชวนกันไปครับปกติกับ ปกติผมเจอกันบ่อยอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกคือไปกับเพื่อนผมด้วย แต่ว่ารอบที่ผ่านมาไปกันสองคน

ขออนุญาตแม่เขาหรือเปล่า ?

บอย  : วันนั้นที่ไปไม่ได้ขออนุญาตก่อน แต่ว่าตอนที่ระหว่างกลับนั่งรถกลับบ้านก็โทร.หาครับ บอกว่าเดี๋ยวไปส่งนะ เดี๋ยวดูแลให้ไม่ต้องเป็นห่วง

เขาไว้ใจไหม ?

บอย ปกรณ์ : อ๋อ เขาอาจไม่ไว้ใจ เขาเรียกตามใจ แต่ว่าป้าก้อยผมก็สนิทกันครับเขาก็ไว้ใจแหละครับ

กลายเป็นว่าคนจับตามองน้องเขาว่าใช่ไหมเห็นไปกันสองคน ?

บอย  : ไม่หรอกครับ ผมก็มีไปกับเพื่อนผู้หญิงบ่อย ๆ สองคน ไปกินข้าว ดูหนัง ไปดูคอนเสิร์ตเรื่อย ๆ อยู่แล้วครับเลยไม่มีอะไร

บอย ปกรณ์
พี่บอยทำการบ้านมาดีจังเลย ?

บอย  : เป็นเรื่องจริง ๆ อยู่มานานครับ พูดเล่น ๆ ไม่ใช่จริง ๆ ครับ ถ้าใช่ ถ้าเกิดผมลงรูปพี่มาถาม ผมไม่จำเป็นต้องปิดแต่นี่คือไม่ใช่จริง ๆ น้องจริง …

» Read more
เง็ก กัลยา

เง็ก กัลยา เปิดใจความรู้สึกวันที่ถูกพรากลูกชายไปจากอกนานนับ 10 ปี

เง็ก กัลยา โลดแล่นอยู่ในวงการมานานพอสมควร สำหรับนักแสดงมากฝีมืออย่าง เง็ก

เง็ก กัลยา เธอนั้นเคยแต่งงานมาแล้ว แต่น้อยครั้งที่เจ้าตัวจะพูดถึงเรื่องครอบครัว ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

อยู่วงการมานาน เคยแต่งงานมาแล้ว แต่ไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวเลย?

เง็ก : “ใช่ค่ะ ส่วนมากจะไม่ค่อยพูดเรื่องครอบครัวสักเท่าไหร่ คือมันผ่านมานานมาก เพราะตอนนี้ลูกชายก็ 20 ปีแล้ว ซึ่งตอนที่แต่งก็แต่งกันเงียบๆ ไม่ได้หวือหวาหรือมีพิธีใหญ่โตอะไร”

ปิดข่าวเรื่องครอบครัวจริงหรือเปล่า?

เง็ก : “มันก็ไม่ได้ถึงขั้นปิดข่าวนะคะ คือช่วงที่เรามีสามี มีครอบครัว ก็เลี้ยงลูกใช้ชีวิตไปตามปกติ แต่ด้วยผ่านมาสักระยะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เลยต้องแยกทางกันไป ใช้ชีวิตคู่ได้สักประมาณ 4 ปีกว่าค่ะ”

เหตุผลหลักที่ต้องตัดสินใจแยกทางกับสามีคืออะไร?

เง็ก : “เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ การที่ผู้ชายเจ้าชู้อะไรแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้วเรื่องมันก็จบ แต่ในความรู้สึกลึกๆ ของเราแล้ว เรารู้สึกได้เลยว่าอันนี้มันไม่ใช่ แล้วพอมันเริ่มรู้สึกเยอะๆ เราก็จะเป็นคนที่แบบว่าตัดออกเลย ก็ปล่อยเขาไป”

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเราแต่งงานเร็วไปหรือเปล่า?

เง็ก : “จริงๆ มันก็เห็นกันมานั่นแหละ แต่ไม่คิดว่ามันจะมาเป็นแบบนี้ พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็เลยต้องตัดสินใจแยกกันไปดีกว่า ก็คิดอยู่นานนะ i99bet จนถึงวันที่เรารู้สึกแบบไม่ไหวแล้ว แล้วเราเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ มันรู้สึกแบบจี้หัวใจ คิดแล้วรู้สึกมันเจ็บ ก็เลยตัดสินใจไม่เอาแล้วดีกว่า น่าจะแยกทางกัน”

หลังจากแยกทางกัน ก็ไม่ได้เจอลูกอีกเลย เกิดอะไรขึ้น?

เง็ก : “ก็ช่วงแรกๆ มีการตกลงว่าเราจะจัดการดูแลลูกคนละอาทิตย์ ผ่านไปสักพักเขาก็พาลูกย้ายโรงเรียนหนีเราไปเลย ตอนนั้นเราตกใจมาก เราก็ตามหาไปจนทั่วนะคะ แต่ก็ไม่เจอ ก็หามาเรื่อยๆ จนได้มีการพูดคุยกับตัวเขา แล้วเขาก็ขอเอาลูกไปเลี้ยงเอง หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอลูกอีกเลย สาเหตุที่ไม่ให้เราเจอลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร”

แสดงว่าตอนที่ตัดสินใจแยกทางกันจบกันด้วยไม่ดี?

เง็ก : “ใช่ค่ะ จบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือมันมีเรื่องเข้ามา อาจจะมีเรื่องผู้หญิงหรือมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเราก็ตัดสินใจออกมาจากตรงนั้น”

ปล่อยให้ลูกไปอยู่กับแม่เลี้ยง รู้สึกลำบากใจไหม?

เง็ก : “คือเราบังคับมันไม่ได้ ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ และสุดท้ายเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถึงเราจะเสียใจร้องไห้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องอยู่ไป คือต้องบอกว่าเรื่องลูกเป็นอะไรที่เซนซิทีฟมาก เวลาไปกองถ่ายเจอใครที่พาลูกมา ก็จะร้องไห้ตลอดเลย”

เสียใจกับการที่ไม่ได้เจอลูกนานแค่ไหน?

เง็ก : “ก็ผ่านมาสักพักนึงค่ะ แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างที่จะได้เจอเขา แล้วได้เขากลับมาอยู่กับเรา ก็โดนแกล้ง โดนหลอกอยู่ตลอด บางทีโทรหาเราว่าลูกอยู่ที่นั่นที่นี่ เราก็รีบตามไปเพื่อจะเจอ แต่พอไปถึงปรากฏว่าไม่มี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไร ทำไปเพื่ออะไร เวลาลูกไปโรงเรียนงานกีฬาสีอะไร เราก็ได้แต่ไปแอบดู ก็เป็นแบบนี้มาตลอดค่ะ จนวันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาบอกว่า เดี๋ยวเวลาผ่านไปเราจะได้เจอลูกเอง เวลาเขาโต เขาก็จะมาหาเราเอง ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง”

เง็ก กัลยา

และวันที่ได้เจอลูกจริงๆ ก็มาถึง เล่าให้ฟังหน่อย?

เง็ก : “อย่างที่บอกค่ะ เราก็ได้เล่าให้ผู้ใหญ่ท่านนี้ฟัง แล้วเขาก็ช่วยพูดให้ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ ผ่อนลง ให้เราได้มีโอกาสเจอลูกบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมา ความรู้สึกที่เจอกันคือเหมือนเราเจอแฟน เหมือนรักแรกพบ เจอแล้วตื่นเต้น หัวใจมันเต้นแรง มันดีใจมาก หัวใจเรามันพองโต ก็ร้องไห้เลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาอาจจะยังไม่โตมาก และยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร แต่เราก็ดีใจที่ได้เห็นพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของเขา หลังจากนั้นเราก็เจอกันบ่อยขึ้น”

อยากจะบอกอะไรถึงลูกชายไหม?

เง็ก : “ก็รักเขาอยู่แล้วค่ะ เพราะถึงยังไงก็เป็นลูกของเรา อยากให้เขาดูแลตัวเองดีๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ ถึงยังไงแม่ก็รักลูกนะ”

ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกยังไงบ้าง ยังโกรธอดีตสามีอยู่ไหม?

เง็ก : “มันก็ผ่านมานานแล้วนะ ซึ่งตอนนี้เราก็ดีต่อกันแล้ว ตามความรู้สึกของเรา คือเรื่องมันก็ผ่านไปแล้วนะ เราก็รู้สึกโอเคขึ้น อีกอย่างก็ไม่ได้ไปยึดติดอะไร เหมือนฟ้าเขาลิขิตมาเป็นแบบนี้ เราก็ต้องก้าวเดินต่อไปคิดว่าคงไม่นานหรอก มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นแหละ”

พูดถึงตัวเองบ้าง เห็นว่าตอนนี้ก็มีแฟนหนุ่มดูแลอยู่?

เง็ก : “ก็มีอยู่ค่ะ คือจริงๆแล้วเป็นเพื่อนกันอยู่กันมาตั้งนานแล้ว มันก็ มีเป็นช่วงที่เราแยกกันไปแล้วก็กลับมาคบกันใหม่ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 17 ปี เรื่องทุกอย่างของเราเขาก็รับรู้นะ คือเขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็น อยู่กับเราได้ เพราะเราเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อน จะต้องมีคนที่คอยช่วยเบรคเราตลอด ถึงจะอยู่กันได้ยาวค่ะ”

คบกันมาก็นาน มีคุยเรื่องแต่งงานกันบ้างหรือเปล่า?

เง็ก : …

» Read more
อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล

อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล ผ่าน “เบลล์ ก้าวคนละก้าว” หากรู้คงบรรเทาความโกรธได้

อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเรื่องของการคบซ้อนซ่อนผู้หญิงสองคนไว้ในหัวใจ

อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล เจ้าตัวยังคงถูกกระหน่ำด้วยคอมเมนต์ส่งผ่านในโซเชียลมีเดียอย่างหนักหน่วง ถึงวันนี้ (25 ก.พ.) หลังการเปิดใจของ ป๊อบ ปองกูล หลายคนทำความเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องของหัวใจ แต่ก็อีกบางมุมของคนที่มองพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างมาก

ซึ่งจากประโยคของ ป๊อบ ปองกูล ที่ระหว่างเปิดใจประเด็นคบซ้อน เขาได้พูดถึงโลก 2 ใบที่เขาได้สร้างขึ้นให้ผู้หญิงที่ชื่อ ปลา ภรรยาในปัจจุบัน กับผู้หญิงที่ชื่อ โบว์ ที่เขายังผูกพันด้วย นั่นเป็นโลกแห่งความรักของ ป๊อบ ปองกูล ที่เขาเองได้สร้างขึ้นมานานเกือบ 10 ปี

มาดูในมุมโลกอีกใบแห่งความเป็นตัวตนและชีวิต จิตใจเนื้อแท้ของ ป๊อบ ปองกูล ที่บางคนอาจจะไม่เคยได้รู้จักเขา ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดโดย เบลล์-ชายชาญ ใบมงคล หรือ เบลล่า ครีเอทีฟคนดังจากโครงการก้าวคนละก้าว ผ่านเฟซบุ๊ก Chaichan Baimongkol ซึ่งเขาได้เขียนเรื่องราวของ ป๊อบ ปองกูล ไว้อย่างดีทีเดียว พร้อมกับระบุว่า “คนทุกๆ คนมีทั้งด้านที่ดี และด้านที่น่าเกลียดผมจึงขอนำด้านที่ดีงามของเขามาเล่า เผื่อว่าจะบรรเทาความโกรธที่ทุกท่านมีต่อเขาได้บ้าง” เรื่องราวทั้งหมดมีดังนี้

อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล

นอกจากนี้ ชายชาญ หรือ เบลล่า ยังระบุเหตุการณ์ในวันนั้นไว้อีกว่า “เด็กๆ ที่บ้านรู้สถานการณ์ก็ช่วยกันพับถุง ประดิษฐ์ของใช้จากกล่องนม สานตะกร้ากันแต่ก็ได้รายได้มาเล็กน้อยเท่านั้น นึกไม่ออกว่าจะทำยังไงถึงจะได้เงินก้อนมาโปะส่วนที่แหว่งหายไปหลายแสนบาทได้ ช่วงนั้นผมกำลังถ่ายรายการเกี่ยวกับเด็กๆ อยู่พอดี จึงเข้าไปสัมภาษณ์ ทั้งเด็กๆ ทั้งเจ้าบ้าน และได้รับคำร้องขอให้ช่วยเหลือ วันนั้นก้าว…ยังไม่เกิด”

“ผมเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนคนหนึ่ง เข้าไปเล่าให้เขาฟังว่า เด็กๆ กำลังเดือดร้อน จากเดิมเด็กๆ ที่นี่ก็เป็นเด็กเร่ร่อน ถูกทอดทิ้ง และได้กลับมามีชีวิตใหม่ กับครอบครัวใหม่อีกครั้งที่บ้านแห่งนี้ แต่เด็กๆ มีปัญหาเรื่องการศึกษา เพราะเงินก้อนที่ทางบ้านเด็กแห่งนี้เตรียมไว้ โดนโกง”

“ผมกับเขาเห็นตรงกันว่านี่คือความผิดพลาดในการบริหารเงินของผู้ใหญ่ ที่สุดท้ายมีผลกระทบต่อเด็กๆ และคงเป็นบทเรียนบทใหญ่ของพวกเขาแล้ว เราคงไม่สามารถไปทวงเงินหรือเรียกร้องความยุติธรรมอะไรให้พวกเขาได้ แต่เราช่วยพวกเขาได้…ตามกำลังที่เรามี”

“เพื่อนคนนี้ รวบรวมพรรคพวกๆ นักร้องดารา มาจัดงานคอนเสิร์ตเล็กๆ ทำเสื้อ ทำขนม ทำของที่ระลึก และชวนน้องๆ ที่บ้านเด็กแห่งนี้มาร่วมขายของในงานด้วย รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้บ้านเด็กแห่งนี้ทั้งหมดเขาตั้งชื่องานคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ว่า “จะ Learn”

“เมื่อจบงาน…บ้านเด็กได้เงินกลับไปมากกว่าที่ขาดหายไปซะอีก เด็กๆ ได้เรียนอย่างไม่มีอุปสรรค ผู้ใหญ่ในบ้านได้รับโอกาสแก้ปัญหาและบทเรียน ที่เหลือคือความสุขจากการได้เป็นผู้ให้ของเพื่อนผมคนนี้ เราทั้งสองคนเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันมาตลอด และทุกครั้งที่เราพบกันจะเป็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือตลอด…ผมไม่เคยปฏิเสธเขา เขาเองก็ไม่เคยปฏิเสธผมเลย”

“ล่าสุด เขาติดต่อมาว่า พี่เบลล์ผมอยากได้คลิป video พี่ตูนหน่อยได้ไหมครับ อยากที่จะส่งต่อให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งสมองคนหนึ่ง ซึ่งเขาชอบพี่ตูนมาก ผมติดต่อพี่ตูนไปทันที ซึ่งพี่ตูนก็ใจดีถ่าย video และส่งต่อ ของที่ระลึกไปให้ผู้ป่วยท่านนั้นอย่างเร่งด่วน”

“ผมส่งคลิปนั้นไปให้เพื่อนคนนี้ด้วย เขาดีใจมากที่ได้ช่วยเหลือคน แม้จะเป็นเรื่องกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ แม้ว่าคนคนนั้นจะไม่ใช่แฟนเพลงของเขา”

“สำหรับผม “ป๊อบ ปองกูล” เป็นคนดีคนหนึ่ง ผมกับเขาร่วมกันช่วยเหลือแก่คนตกทุกข์ได้ยากมาหลายครั้ง จนผมเองรู้สึกเป็นทุกข์ที่มีข่าวเกี่ยวกับตัวเขาออกมาอย่างนั้น ป๊อบโดนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดนดูถูก โดนถากถาง จากหลายคนที่ตัดสินเขาเพราะได้รับรู้เรื่องราวจาก “โลกใบหนึ่ง” ของเขาเท่านั้น

อีกโลกของ ป๊อบ ปองกูล

“ผมไม่ได้บอกว่าการที่เขาเคยทำดีจะลบล้างการกระทำใดๆ ของเขาได้ แต่ผมจะบอกว่า ขณะนี้เขาคือคนที่ระทมทุกข์ กับโลกที่เขาสร้างมันขึ้นมาอย่างหนักหน่วง แค่นั้นก็หนักมากแล้ว”

“จะเป็นไปได้ไหมว่าพวกเราช่วยกันเก็บความไม่พอใจเอาไว้ และปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันเถิด โลกใบหนึ่งอาจจะเป็นโลกที่ทำร้ายทั้งตัวเขาเองและคนรอบข้าง”

“แต่โลกอีกใบนั้น เขาคือชายผู้โอบอ้อมอารี และพร้อมจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างไม่ลังเล คนทุกๆ คนมีทั้งด้านที่ดี และด้านที่น่าเกลียด ผมจึงขอนำด้านที่ดีงามของเขามาเล่า เผื่อว่าจะบรรเทาความโกรธที่ทุกท่านมีต่อเขาได้บ้าง โปรดอย่าได้ซ้ำเติมเขาอีกเลยถือว่าผมกราบขอทุกๆ ท่านอีกคนหนึ่งครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more
แดน ยังตะลึง

แดน ยังตะลึง เห็น แพทตี้ ลองชุดเจ้าสาว ยิ้มแก้มปริ ถูกบอก “หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่”

แดน ยังตะลึง ทำเอาหนุ่มๆ ต้องอกหักกันเป็นแถว เมื่อเห็นภาพคล้ายพรีเวดดิ้งของคู่รักมาราธอน

แดน ยังตะลึง แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา กับแฟนหนุ่ม แดน-วรเวช ดานุวงศ์ ในชุดบ่าว-สาว ที่เรียกออร่าความสวยหล่อมาแต่ไกล จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า หรือทั้งสองกำลังจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้

ล่าสุด แดน วรเวช ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังถึงภาพดังกล่าว i99bet โดยเจ้าตัวได้เผยว่า เป็นเพียงการถ่ายแบบให้นิตยสารเท่านั้น โดยยอมรับพอได้เห็นหวานใจในชุดเจ้าสาว ตนรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ พร้อมเผยเรื่องข่าวดีมีคิดไว้บ้าง แต่ยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจัง

มีถ่ายภาพพรีเวดดิ้งออกมา ?
“อ๋อ… กะแล้วว่าจะต้องมีประเด็นนี้ออกมา เราไปถ่ายนิตยสารหนึ่งครับ ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองถ่าย มีความเป็นเหมือนจะแต่งงาน พรีเวดดิ้งอะไรอย่างนี้”

ตอนถ่ายเป็นอย่างไรบ้าง ?
“ผมแค่ตื่นเต้นเวลาเห็นเขาเปลี่ยนหลายๆ ชุด พอเขาเปลี่ยน เขาก็จะเดินออกมาให้ดู เราก็แค่จะบอกว่าชุดนี้สวย ชุดนี้ดูดี ก็จะตื่นเต้นว่าเขาจะใส่ชุดอะไรออกมา”

เขินไหม บรรยากาศคู่รัก ?
“ตัวเราไม่เขิน แต่ว่ามันจะมีทีมงานมาโห่ฮิ้ว”

เป็นการซ้อมเจ้าบ่าวเจ้าสาว ?
“(หัวเราะ) ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น”

เหมือนไปดูแฟนลองชุดแต่งงาน แล้วบอกชุดนี้สวย ?
“(หัวเราะ) ผมว่ามันก็มีความรู้สึกแบบนั้นปนอยู่ เพราะไม่เคยเห็นเขาแต่งชุดอะไรแบบนี้ พอเราเห็นก็บอกว่าสวยดี”

แดน ยังตะลึง

เหมือนในฝันไหม ?
“ก็ไม่ถึงขนาดแบบในฝันหรอก แต่ว่าอย่างที่บอก มันตื่นเต้นที่เขาแต่งชุดอะไรแบบนี้ออกมา ลักษณะแบบนี้ ก็บอกชุดนี้สวยใส่แล้วเหมาะ”

คิดไว้ไหมว่าวันจริงเป็นชุดแบบนี้ ?
“วันจริงเลยเหรอ (หัวเราะ) แอบเล็งไว้แล้ว แต่ว่าวันจริงยังไม่มานะ (หัวเราะ) ถ้าถามใกล้หรือยัง ถ้าด้วยระยะเวลามันควรจะใกล้แล้วแหละ แต่ว่าก็ต้องบอกตรงๆ ว่ายังไม่ได้วางอะไรเลย ซึ่งผมคิดว่ามันใกล้ ผมคิดมาสักพักแล้วล่ะครับ”

ภายในปีนี้ไหม ?
“แต่ไม่น่าจะเป็นปีนี้แน่นอน อีก 2-3 ปี ถ้า ณ ตอนนี้ไม่ควรเกิน 3 ปี แต่อาจจะเร็วกว่านี้รึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันขึ้นเลยครับ ถ้าทุกคนถาม เราก็บอกว่ามีเรื่องอะไรอยู่ในใจ เรารู้สึกว่ามันควรจะแล้ว ความรู้สึกมันก็พามาหลายปีแล้วนะ แต่ว่ามันก็มีเรื่องของการต้องเตรียมตัวหลายๆ อย่าง”

เตรียมตัวนานจัง ?
“เราอยากให้มันออกมาเป๊ะที่สุด สมมติถ้าจะแต่งงานทั้งทีก็ต้องพร้อมที่สุดไม่อยากให้เกิดปัญหาหลังจากนั้น”

แดนมีความพร้อมมากกว่าแพตตี้ ดูอยากแต่ง ดูพร้อม ?
“จริงๆ อยู่ที่ผม และก็เป็นรากฐานทางการเงินด้วยครับที่มันต้องจัดสรรหลายส่วน”

น้องเขาดูเหมือนจะเรียกแพงหรือเรากังวลไปเอง ?
“น้องไม่น่าเรียกแพง ถ้าแพงก็มีจ่ายอยู่ (หัวเราะ) โม้เลย แต่ยังไม่ได้คุยนะครับ”

เหมือนจะมีเซอร์ไพรส์น้องด้วย ?
“อ๋อ… เป็นคลิปในรายการครับ เป็นเซอรไพรส์อื่นๆ ไป มีการเข้าใจผิดกันนิดหน่อย”

มันมีคลิปที่บอกว่า หนูไม่ยอมให้พี่ตายหรอก ไม่งั้นหนูจะอยู่ไม่ได้ ?
“(หัวเราะ) ครับ ก็รู้สึกดีนะ พอดูในคลิปเขาคงพูดออกมาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ มันไม่ได้เป็นสคริป น้องเขาเป็นแบบนี้ ชอบมีอะไรหลุดๆ มาเสมอ ก็ดีครับ (ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more
ไมค์ ภัทรเดช

ไมค์ ภัทรเดช ถูกจับตา กินข้าวกับบอสใหญ่พีพีทีวี คนมองเตรียมย้ายช่องตาม ปุ๊กลุก

ไมค์ ภัทรเดช เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เมื่อได้เห็นภาพของพระเอกหนุ่มวิกหมอชิตไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี

ไมค์ ภัทรเดช ร่วมเฟรมถ่ายรูปกับ คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ บอสใหญ่ของช่องพีพีทีวี ขณะกำลังนั่งทานข้าวด้วยกันอยู่ งานนี้หลายคนต่างเดาไปว่า หรือทั้งสองจะแอบไปเจรจาเรื่องสัญญาที่หนุ่มไมค์เตรียมจะย้ายบ้านหลังใหม่ตามนางเอกคู่จิ้น ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

ล่าสุด ไมค์ได้รีบออกมาชี้แจงให้ฟังทันทีว่า เป็นการไปร่วมทานข้าวในวันเกิดรุ่นพี่ที่เคารพจึงทำให้ได้เจอกันเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการคุยเรื่องสัญญาข้ามช่องอะไรเลย พร้อมบอกสัญญากับช่อง 7 ยังมีอยู่ และเพิ่งรับละครไปถึง 2 เรื่องด้วยกัน

ล่าสุดเห็นไปร่วมงานปาร์ตี้กับ คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ หลายคนมองว่าไปฝากเนื้อฝากตัวหรือเปล่า ?
“อ๋อ เปล่าครับ พอดีวันนั้นเป็นวันเกิดของพี่ที่ผมเคารพคนหนึ่ง แล้วคุณสุรินทร์ก็มาพอดีครับ เลยถ่ายรูปร่วมกันกับคนที่มาร่วมงานวันเกิดวันนั้น”

หลายคนคิดไปแล้วว่า เป็นการไปตกลงเรื่องสัญญาข้ามช่องหรือเปล่า ?
“ไม่มีครับ ไม่ได้คุยอะไรกันเลย เรารีบไปแป๊บเดียวเลยครับ”

ก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่มีจีบๆ เราบ้างไหม ?
“ไม่มี ไม่มีครับ การทำงานผู้ใหญ่เขาไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้วครับ”

สัญญากับช่องอีกนานไหม ?
“สัญญา เดี๋ยวกลับไปดูให้ครับ (ยิ้ม) จำไม่ได้ แต่ว่ายังมีอยู่ครับ ยังถ่ายละครอีก 2 เรื่องครับ กว่าจะจบอีกนานครับ”

ตกใจไหม หลายคนว่าจะย้ายช่อง ?
“ตกใจไหม ไม่นะ แต่ตกใจรูป เพราะว่าวันนั้นเราไม่ได้คิดอะไร เราก็ต้องถ่ายรูปอยู่แล้ว เพราะเราไปร่วมงานวันเกิดเขาครับ”

กลัวว่าผู้ใหญ่ทางช่องจะเข้าใจผิดไหม ?
“เบื้องต้นยังไม่มีใครโทรหา ก็ยังคุยกับผู้ใหญ่เรื่องละครอยู่ครับ”

ไมค์ ภัทรเดช
ไมค์ ภัทรเดช ร่วมเฟรมถ่ายภาพขณะกินข้าวกับคุณสุรินทร์

ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ใช่ไหม ?
“ไม่มีครับ (หัวเราะ)”

ละครที่จะถ่ายกับพี่อั้ม พัชราภา เป็นยังไงบ้าง ?
“ล่าสุดเข้าไปคุยเมื่อปีใหม่ คืบหน้าไปไกลแล้วครับ เดี๋ยวรอเร็วๆ นี้เลยครับ ถามว่าจะได้เห็นเมื่อไหร่ ยังไม่ทราบเลยครับ นางเอกเป็นพี่อั้ม แน่นอน แต่พระเอกจะเป็นผมหรือเปล่า นั่นแหละครับ (หัวเราะ)”

มีข่าวมาว่าเปลี่ยนตัว ?
“เปลี่ยนผมเหรอครับ (หัวเราะ) ไม่รู้เลยครับ”

แต่ก็บอกกับผู้ใหญ่ใช่ไหม ว่าขอครั้งหนึ่งในชีวิต ?
“อย่างนั้นเลยครับ (หัวเราะ)”

คิดไว้ไหม เป็นความใฝ่ฝัน ?
“ก็อยากเล่นกับพี่อั้มครับ เราก็ติดตามผลงานเขามานานแล้ว มีความปลื้มเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และก็สวยมาก (ยิ้ม)”

เราเองก็สนิทกับอั้มมากขึ้น ตื่นเต้นไหม เพราะคนอื่นที่เข้าไปสนิทด้วยก็ตื่นเต้นกัน ?
“ตื่นเต้นครับ พี่อั้มเขาสวยนะ คือในจอเราเจอเขาเป็นอีกแบบหนึ่ง i99bet ซึ่งเขาน่ารัก แต่ตัวจริงน่ารักยิ่งกว่าในละครอีก น่ารักมาก”

จะเกร็งไหม ถ้าได้ร่วมงานกันจริงๆ เพราะเขาเป็นเบอร์ต้นๆ เลย ?
“ไม่กลัว แต่เกร็งแน่นอน (หัวเราะ) สวยมาก เจอกี่ครั้งก็ยังสวยเหมือนเดิม”

พี่อั้มมีขู่อะไรไว้บ้างไหม ?
“ไม่เลย พี่อั้มรักน้อง”

เคยคุยกันไหม ว่าเราจะได้ร่วมงานด้วยกัน ?
“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ แต่ก่อนหน้านี้เคยคุยครับ รอลุ่นกันต่อไปครับ (ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more
ตู่ นันทิดา

ตู่ นันทิดา เล่านาทีในห้อง ICU บอกขอโทษคุณพ่อ เรื่องเสพติดการช้อปปิ้ง

ตู่ นันทิดา เป็นดีว่าตัวแม่ของเมืองไทยที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

ตู่ นันทิดา เจ้าตัวนั้นบ้าช้อปปิ้งหนักมาก ถึงขั้นเสพติดการช้อปปิ้งกันเลยทีเดียว

ล่าสุด ตู่ นันทิดา ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ นุ้ย สุจิรา เป็นพิธีกรถึงเส้นทางการเป็นนักร้องว่า เราไม่เคยวาดฝันไว้เลย มันมีความบังเอิญและจังหวะชีวิตที่มันเป็นแบบนั้น เราเริ่มจากการประกวด แล้วมีครูมาเกาหลีมาสอนที่บ้าน

แล้วอะไรที่ทำให้พี่ไม่อยากร้องเพลงแล้ว?

ตู่ : “ตอนนั้นแสดงภาพยนตร์เพลงรักดอกไม้บาน ก็มีร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ และมีเพลงลูกทุ่งที่ดังมาเรื่อยๆ จนอัดแผ่นเทป แต่ข้างในรู้สึกดาวน์ ตอนนั้นไม่รับอะไรอีกแล้ว แต่เรากลับมามีไฟอีกครั้ง หลังได้ร้องเพลงสากลของตัวเอง พอเข้ามาแกรมมี่ก็มีเพลงแจ้งเกิดเพลง เกือบไปแล้ว แล้วก็เพลงดีเจเสียงใส”

พี่ตู่เคยประสบอุบัติเหตุกระดูกต้นคอมีปัญหา?

ตู่ : “เล่นละครเวที บังเอิญวิ่งชนไหล่คนคนนึงที่เล่นด้วยกัน ตอนนั้นรู้สึกทุกอย่างนิ่งไปหมด ก้าวขาไม่ได้ แต่เราก็เล่นต่อเพราะอีกนิดเดียวก็จบแล้ว จบวันนั้นก็ไปโรงพยาบาลทันที คุณหมอบอกว่ายังโอเค อนุญาตให้กลับไปเล่นพรุ่งนี้ได้ แต่พอเล่นไปทั้งหมด 51 รอบ แต่ประมาณรอบที่ 40 ต้องเลิก หมอบอกว่าไม่ได้แล้วต้องผ่าตัด ตอนนั้นหมอบอกว่าพอผ่าตัดเสร็จการร้องเพลงอาจจะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากจุดตรงนั้นมันใกล้สายเสียงมาก”

แล้วเวลาพี่เสียงแหบต้องอัดยาไหม?

ตู่ : “พูดกันตรงๆ มันต้องใช้สเตียรอยด์ มันอันตรายมาก มันทำลายกระดูก อย่าทำ อย่าจำ มันไม่ดีเลย แต่ตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก วันนึงมีงาน 5 งาน ช่วงนั้นค่อนข้างฉีดบ่อย แต่ว่าหลังๆ มันมีอะไรที่เป็นแพทย์ทางเลือกเข้ามา”

พี่ผ่านอะไรมาเยอะ ประสบความสำเร็จมาเยอะมาก แต่สิ่งที่พี่กลัวคือความไม่มั่นใจในตัวเอง?

ตู่ : “เป็นคำถามที่คนสงสัยเยอะมาก แต่คนใกล้ตัวจะรู้มาก จะสร้างความวิตกกังวลจนคนใกล้ตัวนอยด์ไปด้วย เวลาที่ขึ้นเวที ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตื่นเต้นหมด เรากลัวว่าพลาดแล้วไม่มีโอกาสที่จะแก้ตัว พี่เป็นแบบนี้มาตลอด”

ตู่ นันทิดา

จริงไหมที่พี่ตู่เสพติดการช้อปปิ้ง?

ตู่ : “พี่เป็นคนที่ซื้อของแต่มีเหตุผล การช้อปปิ้งพี่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่าง มันเริ่มจากคุณแม่พี่เลย เขาชอบแต่งตัว ชอบช้อปปิ้งด้วย แต่พี่ซื้อแค่เสื้อผ้าอย่างเดียว”

เมื่อพูดถึงคุณแม่แล้วขอถามถึงคุณพ่อที่พี่บอกว่าเป็นคนผลักดันพี่มาถึงวันนี้ พ่อให้อะไรพี่บ้าง?

ตู่ : “สิ่งให้เรียนรู้ เราเห็นคุณพ่อ คุณแม่ให้กับทุกคนตลอด สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อให้พี่มาตลอดคือให้ชีวิตที่มีค่าสอนชีวิตให้พี่รู้ว่าลูกต้องเดินยังไง มีแผ่นที่ชีวิตให้ลูก โดยที่เราเชื่อฟัง พี่รู้สึกว่าพี่ไม่เคยมีบทลงโทษจากคุณพ่อ คุณแม่ เวลาทำผิด พี่รู้สึกว่าเวลามีอะไรคนแรกที่เราจะบอกคือป๋า พี่ใช้วิธีเดียวกันมาเลี้ยงดูน้องเพลง”

คุณพ่อสอนจนวินาทีสุดท้ายเลย?

ตู่ : “ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ในห้อง ICU พี่มีความรู้สึกอยากขอโทษคุณพ่อ พี่บอกว่าป๋าโกรธตู่ไหม ตู่ช้อปปิ้งตลอดเวลา เดี๋ยวนี้ก็ยังช้อปปิ้ง ป๋าบอกว่าไม่เลย ก็ป๋าเลี้ยงตู่มา ป๋าให้ลูกเรียนนู้นนี่นั่น จนลูกไม่มีเวลา ลูกไม่ชอบลูกก็ทำ ลูกไม่อยากเป็นนักร้องลูกก็เป็น ลูกทำมาตลอด ลูกมาได้รางวัลตอนอายุ 16 ปี ลูกไม่มีชีวิตวัยรุ่น ชีวิตลูกหายไป”

“เพราะฉะนั้นการที่ลูกช้อปปิ้งมันไม่ใช่เรื่อง คือมันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราคิดมาตลอด อยากขอโทษ ป๋าบอกว่ายกโทษให้ลูกทั้งหมด แล้วป๋าบอกว่า ลูกจำได้ไหมป๋าเป็นภูมิแพ้ แล้วพี่ก็เป็นภูมิแพ้เหมือนกัน”

“ตอนที่พี่ป่วยพี่ต้องฉีดยา อาทิตย์ละ 2 เข็มฉีดมา 30 กว่าปี คุณพ่อพี่ก็ฉีดเหมือนกัน เขาก็ถามว่าลูกรู้ไหมทำไมป๋าไม่ได้ฉีดยาแล้ว ป๋าบอกว่าวันที่ลูกได้รับรางวัลป๋าไม่ป่วยอีกเลย คุณพ่อพี่หายจากภูมิแพ้เลย แล้วป๋าพูดมาคำนึงว่า ขอบคุณลูกที่ลูกที่ลูกไม่กลฏ ลูกซื่อสัตย์ทำงานมาตลอด”

วินาทีที่คุณพ่อจะจากไป คุณยังจากฟังเพลงของพี่?

ตู่ : “แน่นอน ตอนนั้นพี่ร้องเพลงให้ท่านฟังแล้วท่านก็หลับตาลง”

แต่นอกเหนือจากการร้องเพลงแล้ว สิ่งที่รักมากที่สุดคือลูกสาว?

ตู่ : “ที่สุด เขาเป็นของขวัญที่มีค่าในแก้วบัวสาย คุณยายจะพูดเสมอ ตอนนี้น้องเพลงเรียนอยู่อังกฤษ อีกปีเดียวจบแล้ว”

เวลาลูกเที่ยวไปเที่ยวกับลูก ไม่ได้ห้ามลูก เวลาลูกดื่ม ก็ดื่ม?

ตู่ : “เรื่องดื่มไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าส่งเสริมลูกดื่ม”

คุณพ่อน้องเพลงปิดผับให้ลูกกับเพื่อนเพื่อความปลอดภัย?

ตู่ : “ผลปรากฎว่าหลับ น้องเพลงบอกว่าไม่อร่อย เพลงสามารถใช้ชีวิตกับเพื่อนที่เอ็นจอย หิ้วเพื่อนกลับบ้านเป็นต้น สนุก อยู่ได้เรียนรู้อะไรที่ไม่ชอบ”

ไม่ปิดเรื่องดื่ม เรื่องแฟนก็ไม่ปิด?

ตู่ : “อยู่ในวัยที่สมควร เดี๋ยวนี้ 15-16 ปี ก็เริ่มมีแฟนแล้ว ก็ได้ไงแต่ห้ามจับมือห้ามไปดูหนัง ทุกคนที่จีบน้องเพลงก็เลิกกันไปหมดเลย เรื่องการให้กำลังใจลูกบางทีเราไม่ต้องพูดแค่มองตากันก็เข้าใจ พี่จะบอกลูกตลอดว่าอย่าทิ้งพระธรรม …

» Read more
แพรว คณิตกุล

แพรว คณิตกุล พูดปมเลิก ฟรอยด์ ตัดใจในวันครบรอบ เสียใจ แต่ไม่เสียดายเวลา

แพรว คณิตกุล หลังจากที่ปล่อยให้คาใจหลายคนอยู่นาน ถึงสาเหตุที่ต้องจบความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลา 5 ปี

แพรว คณิตกุล สำหรับคู่ของ แพรว-คณิตกุล เนตรบุตร และ ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ คู่รักคนบันเทิงที่แฟนๆ ลงความเห็นว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมลงตัวกันที่สุดคู่หนึ่งของการ

โดยทางด้านของ แพรว คณิตกุล ก็ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเธอยอมรับว่า สาเหตุหลักเป็นเพราะทั้งคู่มีเส้นทางที่ไม่ตรงกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอและหนุ่มฟรอยด์ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แม้สถานะจะไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

หัวใจของเราตอนนี้แข็งแรงแล้วหรือยัง ?
“แพรวโอเคค่ะ ถามว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เราตัดสินใจแบบนี้ เอ่อ…มันเป็นเพราะเส้นทางของเราไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของใครคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่เราจะไปถึงจุดๆ นั้นมันไม่เหมือนกัน เราเลยไม่มองว่าใครเป็นคนผิดหรือคนถูก เรามองแค่ว่าตัวเราเองต้องการอะไร และตัวเขาต้องการอะไร ซึ่งมันดีกว่าการที่เราจบโดยที่เกิดขึ้นจากเรื่องแย่ๆ”

เราใช้เวลาในการตัดสินใจนานไหมกว่าจะมาถึงจุดนี้ ?
“ไม่นานค่ะ แต่กว่าจะเป็นข่าวก็ค่อนข้างนาน เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยบอกใคร รวมถึงในอินสตาแกรมของเราก็ไม่ได้โพสต์อะไรที่มันดราม่ามาก เนื่องจากเราไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วง”

แฟนๆ ค่อนข้างเสียดาย เพราะทุกคนมองว่าเราเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน ?
“จริงๆ เราเป็นแฟนกันมันก็ดีนะคะ แต่ถ้าเราจะมีครอบครัวในอนาคตมันก็จะเป็นความรู้สึกอีกแบบ ซึ่งสิ่งที่แพรวมองตอนนี้ แพรวรู้สึกว่าฟรอยด์ไม่ได้ผิด แต่เป็นที่ตัวแพรวเองว่าแพรวโอเคในแบบนี้หรือเปล่า ถ้าหากแพรวไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง แค่นั้นเองค่ะ”

พอจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือสาเหตุที่เราตัดสินใจว่าถอยออกมาดีกว่า ?
“หลายๆ อย่างค่ะทั้งในวิถีทางของความคิด ความต้องการ และแพลนการใช้ชีวิต”

ใครเป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ?
“มันเป็นวันที่ครบรอบค่ะ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นจุดที่เราต้องคุยกัน และเราก็เริ่มคุยกันค่ะ”

ตอนนั้นเสียใจไหมที่ตัดสินใจคุยเรื่องนี้ ?
“เสียใจค่ะ แต่ไม่รู้สึกเสียดายเวลาเพราะตอนที่เราคบกันเขาให้เกียรติเราตลอด ไม่ได้มีอะไรแย่เลย”

เราทราบไหมว่ามีหลายคนถูกโยงเข้ามาเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของเรา ?
“ไม่มีค่ะ ไม่เกี่ยวเลย จริงๆ ตอนแรกแพรวก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องออกมาพูดเรื่องนี้นะคะ แค่พอแพรวไม่พูด มันก็มีการโยงเรื่องราวไปถึงบุคคลอื่นๆ และเข้าไปคอมเมนต์โจมตีฟรอยด์ ซึ่งแพรวไม่ได้อยากให้ฟรอยด์ต้องมาโดนซ้ำเติมอะไรอีก ก็อย่างที่บอกการที่เราเลิกกันมันไม่ได้เป็นเพราะเรื่องเรื่องเดียว แต่มันเป็นหลายๆ เรื่องรวมๆ กัน ฉะนั้นกว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้มันมีการใช้เวลาแล้วค่ะ”

แต่ทุกวันนี้เราสองคนก็ยังกลับมาเจอกันได้ใช่ไหม ?
“แพรวดีใจนะคะที่ฟรอยด์เขาเข้าใจว่าแพรวก็อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา ไม่ใช่พอเราตัดสินใจเลิกกันแล้วเราก็ห่างกันไปเลย อีกอย่างเราเองก็ยังมีแมวที่ต้องช่วยกันดูแลด้วย”

เขายังโอเคใช่ไหมที่เรายังไปๆ มาๆ หรือยังพูดคุยกับเขาอยู่ ?
“ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเขาโอเคไหม แต่คิดว่าก็น่าจะโอเค เพราะเรายังเล่นกันได้ยังเฮฮากันได้เหมือนเดิม เรื่องที่หลายคนหรือเพื่อนๆ นักแสดงลุ้นให้รีเทิร์น อันนี้เรามองว่ามันเป็นการแซวกันสนุกๆ มากกว่า ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดอะไรเนื่องจากเราก็ยังไม่ได้มีใคร แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่เราแต่ละคนมีแฟนใหม่ เราก็ต้องเกรงใจคนของเขาและคนของเราด้วย”

คิดว่าจะมีโอกาสกลับไปคุยกันอีกครั้งได้ไหม หลังจากที่ผ่านระยะเวลามาพอสมควรแล้ว ?
“ก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ที่รู้สึกตอนนี้ก็คือมันชัดเจนแล้ว ซึ่งในอนาคตหากมันจะเป็นยังไงต่อเอาไว้เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน แต่ ณ ตอนนี้มันก็เหมือนกับแพรวรู้ชัดเจนในใจแล้วว่า เราเลือกแล้ว”

แพรว คณิตกุล

จริงๆ การที่เรากลับมาเจอกันหรือกลับมาพูดคุยกัน มันทำให้รู้สึกหวั่นไหวบ้างไหม ?
“ไม่รู้สิคะ แต่มันก็สนุกดีนะ คือไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจละลายหรืออะไร”

คุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายว่ายังไงบ้างกับเรื่องนี้ ?
“พวกท่านจะไม่ยุ่งเรื่องของลูกมาตั้งแต่เราเริ่มต้นคุยกันแล้วค่ะ แต่ท่านก็จะมีความเป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้ในทุกๆ เทศกาล แพรวก็ยังส่งข้อความไปอวยพรทุกท่านเหมือนปกติ มันเลยทำให้แพรวมองว่ามันไม่มีส่วนไหนไม่ดีในเรื่องของครอบครัว”

แต่เหมือนก่อนหน้านี้ฟรอยด์เขาเคยพูดนะว่ามองอนาคตกับเราไว้แล้ว ?
“ถ้าพูดถึงเรื่องแต่งงานมันก็มีส่วนที่ทำให้แพรวต้องคิดอย่างถี่ถ้วนเหมือนกันค่ะ ว่าถ้าหากเราแต่งงานกันไปแล้วมันจะเป็นยังไง นั่นคืออีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในหัวแพรวค่ะ”

ชีวิตโสดของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?
“โอเคค่ะตอนนี้ แพรวก็ทำงานของตัวเองตลอด เดินทางไปดูโรงแรมของตัวเองที่ทำไว้ คือชีวิตตอนนี้มันมุ่งไปที่การทำธุรกิจอย่างเดียวเลย เพราะเราอยากจะเตรียมตัวไว้สำหรับตอนแก่ เพื่อที่เราจะได้อยู่คนเดียวได้ คือไม่ได้หมายความว่าแพรวไม่คิดจะมีคู่แล้วนะ แพรวแค่กังวลเฉยๆ ว่าแพรวเป็นลูกคนเดียวและก็มีแค่คุณแม่กับคุณยาย ซึ่งถ้าหากตอนแก่เราไม่มีคนดูแลเราจะทำอย่างไร ดังนั้นแทนที่เราจะมาโฟกัสเรื่องการมีลูก แพรวขอลุยทำงานเองตอนนี้เลยดีกว่า ส่วนเรื่องความรักก็ไม่คาดหวังแล้วค่ะหากจะมีเข้ามาก็มีเข้ามาได้ แพรวไม่ได้ปิดตัวเอง”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more

ณิชา ณัฏฐณิชา พลิกคาแรกเตอร์ใน เพลิงพรางเทียน เผยเลิฟซีนนัว แต่แม่ไม่ว่า

ณิชา ณัฏฐณิชา พลิกคาแรกเตอร์อีกขั้นของการแสดงใน เพลิงพรางเทียน เผยเลิฟซีนนัวแต่แม่ไม่ว่า เปรยวาเลนไทน์นี้นัดเดตกับคุณแม่ รับช่วงนี้ไม่ได้เจอ โตโน่ ภาคิน

ณิชา ณัฏฐณิชา เป็นนางเอกที่หลายคนคุ้นกับภาพความเป็นสาวหวานสวยสดใส สำหรับ ณิชา ณัฏฐณิชา แต่ล่าสุด (13 กุมภาพันธ์ 2562) ในงานเปิดวิกบิ๊ก 3 สาวณิชา ก็ทำเอาแฟน ๆ ถึงกับฮือฮา หลังมีการปล่อยทีเซอร์ละครเรื่อง เพลิงพรางเทียน ที่เจ้าตัวรับบทเป็นนางเอกนั้นมีการพลิกคาแรกเตอร์มาเล่นร้าย แถมยังมีฉากเลิฟซีนกับพระเอก เต้น พงศกร แบบแซ่บถึงพริกถึงขิงกันเยอะมาก จนคนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนแนวไปเล่นทางนี้แล้วหรือเปล่า

โดย สาวณิชา เผยว่า “เป็นอีกเรื่องที่ท้าทายมากและตอนถ่ายทำก็สนุกมาก เป็นการพลิกบทบาทที่ทิ้งความเป็นตัวเองไปเลย ส่วนที่หลาย ๆ ฉากมีซีนเนื้อแนบเนื้อ ก็ยอมรับว่ายากนะคะ เราเองก็มีไปเวิร์กช็อปอยู่หลายครั้ง ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำเรื่องนี้ เพราะมันเป็นบทบาทที่ค่อนข้างไกลตัวมาก และยากมาก ๆ เลยค่ะ”

เป็นการสลัดลุคใสที่เราคุ้นเคยไปเลยไหม ?

ณิชา : จริง ๆ เรื่องนี้ เล่น 2 คาแรกเตอร์ค่ะ คืออดีตกับปัจจุบัน ซึ่งในตอนอดีตก็มีความใส ๆ อยู่บ้าง ผสมดราม่า แต่ว่าในยุคปัจจุบันคือเปลี่ยนไปหมดทุกอย่างเลยค่ะ

แค่ตัวอย่างละครก็เลิฟซีนนัวเลย ?

ณิชาา : ใช่ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่แค่หนูคนเดียวนะคะ ในเรื่องคนอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวเวรกรรมผูกพันกันมา แต่ว่าถือว่าเยอะสุดสำหรับหนูนะคะ ตอนอ่านบทก็เตรียมตัวเตรียมใจทำการบ้าน ต้องก้าวผ่านความเป็นตัวเองไปให้ได้

ณิชา ณัฏฐณิชา

แม่ว่าไหมเลิฟซีนเยอะขนาดนี้ ?

ณิชา : ไม่ว่าค่ะ เพราะแม่ไปกองถ่ายทุกครั้งอยู่แล้ว และพี่ผู้กำกับจะคอยดูให้อยู่แล้ว ให้มันไม่มากเกินไป

พอเล่นเรื่องนี้แล้วติดใจบทบาทแบบนี้ไหม ?

ณิชา : จริง ๆ มันก็สนุกดีนะคะ หมายถึงการเล่นบทร้ายขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่เลิฟซีนนะ หมายถึงว่าเราได้ระเบิดอารมณ์ ได้ลองเป็นความคิดอีกความคิดหนึ่งที่ปลดปล่อยและระเบิดทุกอย่างออกมาได้

อยากเปลี่ยนแนวมาทางนี้เลยไหม ?

ณิชา : ยินดีนะคะ ถ้ามีอีกก็ยินดี ถ้าเป็นบทที่ท้าทายขนาดนี้ พร้อมค่ะ

ถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของการแสดงเลยไหม ?

ณิชา : ก็เป็นอีกขั้นหนึ่งเลยค่ะ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น เราก็ได้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับการเล่นละครเรื่องนี้ด้วย ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เยอะมาก ทั้งการแสดงเป็น 2 บทบาท สลับคาแรกเตอร์ไปมาและบทที่ยากขนาดนี้

ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วมีนัดกับใครไหม กับ โตโน่ ว่าไงบ้าง ?

ณิชา : มีนัดกับแม่ไว้ค่ะ ไปทานข้าว ไม่มีอะไรจริง ๆ อยู่กับแม่ทั้งวันเลย ส่วนกับพี่โน่ไม่มีเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เจอกันด้วยค่ะ แต่ว่าก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมนะคะ ก็คุยกันปกติเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

ณิชา ณัฏฐณิชา

ช่วงนี้เขาลุยงานเพื่อสังคมเยอะมาก ให้กำลังใจเขายังไงบ้าง ?

ณิชา : สุดยอดเลยค่ะ ขอให้กำลังใจตรงนี้เลยแล้วกัน โครงการเก็บรักของพี่โน่ เราก็ได้ติดตามอยู่ ถ้าว่างก็อยากไปด้วย อยากไปช่วย เพราะเรารู้สึกว่าเป็นโครงการที่ดี เราไม่ต้องรอให้ใครลุกขึ้นมาทำก่อน เพราะว่าเราก็เป็นแค่คนคนหนึ่ง เราก็สามารถช่วยกันทำได้ ทำให้สภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนอยู่ดีขึ้น ไม่ต้องทำไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แต่แค่ทุกคนร่วมมือช่วยกันทำ

ตอนเขาเริ่มคิดจะทำเขามาปรึกษาเราไหม ?

ณิชา : ก็มีส่งข่าวค่ะ ทางผู้จัดการเขาก็ชวน ชวนหลาย ๆ คน

แต่ก็คนโจมตีว่าเขาทำไปเพื่อสร้างภาพ ?

ณิชา : ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีย่อมมีคอมเมนต์อยู่แล้ว ย่อมมีการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนเรื่องนี้จริง ๆ เรารู้ว่าพี่เขาเป็นคนอย่างไร เราก็รู้ว่าคนรอบตัวพี่เขาที่ไปช่วยกันทำรู้ว่าพี่เขาเป็นคนยังไง เขาตั้งใจขนาดไหนกับการทำโครงการนี้ขึ้นมา เขาคิดขึ้นมาเอง ลงมือทำด้วยตัวเอง ถ้าเจตนาเราดีจริง ๆ เราไม่ต้องไปสนคำอะไรเลย เพราะยังไงถึงเราจะสร้างภาพหรือไม่สร้างภาพมันก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่ดี แต่เราเชื่อในตัวเขาว่าไม่ใช่อย่างนั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

» Read more

ยุ้ย จีรนันท์ ขอท้องครั้งเดียว ตั้งใจไว้แล้วจะมี “ลูกแฝด” ให้ได้

ยุ้ย จีรนันท์ ยังคงเดินหน้าเสิร์ฟความหวานให้ชีวิตคู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง

ยุ้ย จีรนันท์ ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันมาร่วมงาน Inspire IVF เพื่อวางแผนครอบครัวในอนาคต โดยสาว ยุ้ย จีรนันท์ ได้ยอมรับว่าเธอและหนุ่มธัญญ์ตั้งใจจะมีลูกด้วยกันภายในปีหน้านี้ แถมยังแอบคิดเอาไว้ด้วยว่าจะต้องเป็นลูกแฝดเนื่องจากเธออยากที่จะอุ้มท้องเพียงแค่ครั้งเดียว

ส่วนแพลนฮันนีมูนหลังแต่งงาน ยุ้ย – ธัญญ์ ก็ได้การกำหนดไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวกันที่ประเทศอังกฤษในช่วงกลางเดือนนี้ หลังจากนั้นจึงค่อยกลับมาเคลียร์งานที่ค้างไว้ให้เสร็จ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโปรเจคต์ทายาทเป็นลำดับต่อไป

วันนี้มาหาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีทายาทใช่ไหม ?
ยุ้ย – “ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็แค่เตรียมความพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงแล้วออกกำลังกาย สรุปก็คือต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นค่ะ”

ธัญญ์ – “ถ้าถามในมุมของความรู้สึกผม ผมอยากให้เขามาแบบธรรมชาติมากกว่า แต่พอมองจนภาพรวมและอะไรหลายๆ อย่างแล้ว ถ้าทุกอย่างมันอยู่ในการควบคุมและการดูแลของคุณหมอ มันก็น่าจะปลอดภัยที่สุด”

สำหรับเราสองคนตั้งใจจะมีทายาทภายในปีนี้เลยหรือเปล่า ?
ยุ้ย – “น่าจะปีหน้าค่ะ แต่ว่าปีนี้เราก็คงต้องฝากไข่เอาไว้ก่อน”

เราทั้งคู่ได้คิดไว้บ้างไหมว่าอยากจะได้น้องผู้หญิงหรือน้องผู้ชาย ?
ยุ้ย – “จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้หมดค่ะ ยุ้ยรักหมดเลย ขอแค่ให้เราได้มีจริงๆ ก็พอ (ยิ้ม)”

ธัญญ์ – “แต่เราก็แอบเชียร์กันคนละข้างนะ (หัวเราะ) เพราะผมอยากได้ลูกชายจะได้ชวนมาเล่นแมนๆ ด้วยกัน แต่ยุ้ยเขาอยากได้ลูกผู้หญิงเพราะจะได้มาทำอะไรหวานๆ แบบเขา”

เป็นไปได้ไหมว่าเราอาจจะได้ลูกแฝดชายหญิงทีเดียวจบไปเลย ?
ยุ้ย – “ยุ้ยอยากได้ลูกแฝดมากค่ะ เพราะยุ้ยเคยบอกเขาไปแล้วว่ายุ้ยขอท้องแค่รอบเดียวนะ (หัวเราะ) ซึ่งเหตุผลก็เป็นเพราะยุ้ยอายุเยอะแล้วเลยไม่อยากท้องบ่อยๆ ยิ่งพอเราไม่ใช่เด็กๆ ด้วย มันก็เลยยิ่งทำให้มีความกังวลว่าเราอาจจะต้องเหนื่อยในการเลี้ยงลูก ฉะนั้นถ้าหากสามารถได้ลูกแฝดภายในครั้งเดียว มันก็ถือว่าจบเลย”

แสดงว่าก็มีโอกาสลุ้นเหมือนกันสำหรับลูกแฝดของเรา ?
ยุ้ย – “ใช่ค่ะ เราก็อยากมี เพราะคุณแม่ยุ้ยยังบอกเลยว่าคุณปู่ของยุ้ยท่านมีฝาแฝด ดังนั้นมันก็มีสิทธิ์เหมือนกันค่ะที่จะตกมาถึงรุ่นหลาน”

อัปเดตเรื่องฮันนีมูนบ้าง ตอนนี้เตรียมทริปเรียบร้อยแล้วหรือยัง ?
ยุ้ย – “จะไปกันวันที่ 18 นี้แล้วค่ะ ไปกันที่ประเทศอังกฤษและก็จะกลับกันในวันที่ 25 ไปเที่ยวกัน (ยิ้ม)”

ทริปนี้เป็นทริปตามใจภรรยาหรือว่ายังไง ?
ธัญญ์ – “เป็นทริปไปกับเพื่อนครับ พอดีว่าจังหวะมันลงล็อกพอดี แต่คงยังไม่มีน้องลอนดอนกลับมาแน่นอน เพราะเราตั้งใจให้เป็นทริปพักผ่อนมากกว่า”

ยุ้ย จีรนันท์

ชีวิตหลังแต่งงานของเราสองคนเป็นยังไงบ้าง ?
ธัญญ์ – “ดีขึ้นเยอะเลยครับ เดี๋ยวนี้เวลาผมไปมาไหนไม่ต้องโทรตามแล้ว โชว์แหวนอย่างเดียวจบ (หัวเราะ) แต่ถามว่าเราหวานขึ้นกว่าเดิมไหม เอ่อ…ผมรู้สึกว่าพอเราแต่งงานกันแล้วความรับผิดชอบของเรามันก็มากขึ้น เราเริ่มมองอนาคตร่วมกันมากขึ้นว่าจากนี้เราอยากจะให้ครอบครัวเราเป็นยังไง หรือเมื่อเรามีลูกแล้วเราจะเลี้ยงเขาอย่างไร ดังน้นทุกครั้งเลยครับไม่ว่าเราทำอะไรเราก็ต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้มากขึ้น”

เราคิดว่ายังมีเรื่องอะไรให้ต้องปรับจูนกันอีกบ้างไหม ?
ยุ้ย – “แทบจะไม่มีเลยนะคะ เพราะเราทั้งคู่ก็คบกันมานานมากแล้ว”

ธัญญ์ – “เหมือนเรารู้จักกันหมดแล้วว่ากว่าว่าเวลาไหนของแต่ละคนเป็นยังไง หรือช่วงนั้นๆ เขาจะมีอารมณ์ยังไง”

ยุ้ย – “แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเรายังมีเรื่องให้ต้องปรับไหม ยังไงมันก็คงต้องมี มีเรื่องให้ปรับกันทุกๆ วัน เพียงแค่มันคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่”

อัปเดตเรื่องการทำงานบ้าง หลังจากที่แต่งงานไปแล้วเราต้องรับงานน้อยลงไหม ?
ยุ้ย – “เรายังทำงานกันเหมือนเดิมค่ะ ทั้งงานละคร งานหนัง และงานผู้จัด รวมถึงธุรกิจส่วนตัวที่เราทำด้วยกันก็ยังต้องมีให้ดูแล ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้มันก็ยังคงดำเนินไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่เราอาจจะต้องแบ่งเวลากันให้มากขึ้นเนื่องจากว่าเราตั้งใจที่จะมีน้องก็เท่านั้นเอง ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เรายังไม่สามารถมีน้องตอนนี้ได้ก็คืองานเรายังแน่นจริงๆ หนักมากจริงๆ มันก็เลยทำให้เรายังไม่สามารถมีน้องได้ในตอนนี้”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

» Read more
1 2 3 4 9